เป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ระหว่างยักษ์ใหญ่ในวงการไอทีประเทศสารขัณฑ์ครับ  ศึกษาไว้ก็ดี แต่ถ้าไม่มีเวลา Print ออกมาเก็บไว้สู้เวบาโดนหมาป่วนครับ ขอให้โชคดี ไม่มีใครช่วยท่านได้นอกจากตัวท่านเอง จำไว้ เรื่องนี้เป็นคำพิพากษาฎีกาเมื่อปี 2543 ที่ผ่านมานี่เองครับ เป็นคดีสำคัญที่ผู้ศึกษากฎหมายโดยทั่วไปส่วนมากจะรู้จัก โดยเฉพาะในวิชากฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยพยานหลักฐาน คำพิพากษาฎีกาของจริงนี่จะยาวมากๆแต่ที่ผมยกมาจะอยู่ในรูปของการเล่าเรื่อง มากกว่า ไม่ใช่เป็นฎีกาโดยย่อแต่อย่างใด เพียงอยากให้รู้ว่าคดีนี้ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร และผลของคำพิพากษาเป็นอย่างไร จากข้อมูลที่ผมได้มามีคำพิพากษาของ สองศาลคือ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางและของศาลฎีกา ซึ่งแน่นอนครับ ผลของคำพิากษาต่างกัน โจทก์ (บริษัทไมโครซอฟ คอร์ปอเรชั่น) ฟ้องว่า จำเลย (บริษัท เอเทค คอมพิวเตอร์ จำกัด) ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของโจทก์ซึ่ง เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ได้แก่ โปรแกรมไมโครซอฟท์วินโดวส์ 3.11,ไมโครซอฟ์วินโดวส์ 95 ไทย อิดิชั่น,ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ, ไมโครซอฟท์ อินเตอร์เนท เอ็กพลอเรอร์ ฯลฯ โดยทำซ้ำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวลงในสื่อบันทึกข้อมูลถาวรของเครื่อง (Hard Disk) ของจำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขายและแจกจ่ายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำซ้ำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ โจทก์ดังกล่าวแก่ลูกค้าของจำเลย อันเป็นการกระทำเพื่อแสวงหากำไรในทางการค้า [...]

โครงการ Get it Right Make it Right คืออะไร ? ในปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่ามีข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจออกกวาดล้าง และจับกุมผู้ผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ที่เรียกว่า วาระแห่งชาติ ในการแก้ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์อย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งการจับกุมแต่ละครั้ง ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท และหากจะกล่าวถึงมูลค่าความเสียหายรวมทั้งหมด ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ จึงมีมูลค่ามาก จนทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ และในระดับโลกด้วย ในส่วนของผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก อย่างไมโครซอฟท์ ก็ได้ออกมาเตือนผู้บริโภคให้ระวังถึงการมีผู้นำผลิตภัณฑ์ละเมิดลิขสิทธิ์ออก มาขายแก่ผู้บริโภค โดยหลอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์แท้ และขายในราคาเดียวกับผลิตภัณฑ์แท้ด้วย ไมโครซอฟท์ไม่ได้เพียงแต่สนใจเฉพาะผลเสียที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและภาค ธุรกิจเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้บริโภคด้วย ซอฟต์แวร์ปลอมมีผลทำให้คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานได้รับความเสี่ยงจากการติด ไวรัส เวิร์ม รวมทั้งโค้ดต่างๆ อาทิ สปายแวร์และโทรจันเพิ่มมากขึ้น ผู้บริโภคย่อมคาดหวังที่จะได้ใช้งานซอฟต์แวร์แท้ที่มีคุณภาพ แต่ซอฟต์แวร์ปลอมหรือซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มักจะบรรจุโค้ด หรือ มัลแวร์ต่างๆซึ่งมีผลเสียต่อเครื่องคอมพิวเตอร์และทำให้ไม่สามารถใช้งาน เครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ไมโครซอฟท์จะยังคงทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะให้ความรู้แก่ ผู้ใช้งานชาวไทยในการเรียนรู้ที่จะปกป้องตัวพวกเขาเอง ความพยายามต่างๆของไมโครซอฟท์ ยังรวมไปถึง การให้ความรู้และการจัดการสัมมนาเกี่ยวกับความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา และ โปรแกรมต่างๆ อาทิ โปรแกรม I-Café นี้ [...]