พอดีไปเจอบทความมาคับ
เลยอยากเอามาเผยแพร่นิดนึงคับ
-----------------------------------------------------------------
ขอระบายหน่อยครับ เอะอะอะไรก็โทษแต่ ร้านเน็ตๆๆๆๆ " ร้านอินเตอร์เน็ท มอมเมาเยาวชน"
ผมเองก็เคยทำร้านเน็ตครับ แต่ก็ต้องปิดไป เพราะทนสังคมประนามไม่ได้จริงๆ อะไรๆก็โทษร้านเน็ตๆๆๆๆ แม้แต่พวกมิจฉาชีพยังอ้างคำๆนี้ มานำจับ แล้วเรียกเก็บเงินค่าละเมิดลิขสิทธ์อีก (มันอ้างจริยธรรม) ทีละหลายหมื่นบาท (คนทำร้านเน็ตทราบกันดี)
พวกคุณลองคิดดูนะ (รวมถึงตำรวจที่ชอบรีดไถประชาชนที่ทำมาหากินสุจริตด้วย) กว่าจะเป็น 1 ร้านอินเตอร์เน็ตซักร้าน คนๆหนึ่ง ต้องลงทุนเงิน เพื่อหวังประกอบอาชีพสุจริตไปเท่าไหร่... ร้านเล็กๆ อย่างน้อยๆ ก็ 4-5 แสนบาท ร้านใหญ่ๆ เป็นล้าน... นั่งเก็บเงิน ที่ดูเหมือนแค่เศษเงิน ทีละ 10 บาทๆๆๆ แล้วต้องมานั่งลุ้นเอา ว่าวันนี้จะโดนหน่วยไหนมาจับอีก จามามั๊ย จะทำอย่างไร... วันๆ ทำงานอย่างระแวง ไม่เป็นอันกินอันนอน จนแทบบ้า ทั้งๆที่ทำอาชีพสุจริต ไม่เคยไปโกงกินบ้านเมือง ไม่เคยไปฆ่าคน หรือขายยาเสพติด....
เพราะคำๆนี้ไง "ร้านอินเตอร์เน็ท มอมเมาเยาวชน" ทำให้คนเขาเดือดร้อน
คิดดูนะ ว่าลูกหลานคุณ สมัยนี้เวลามีเรียน ที่โรงเรียนก็สอนวิชานี้ แล้วที่ลูกหลานคุณมีความรู้ ไปเรียนแล้วไม่โง่... เพราะร้านเน็ตหรือปล่าว เสียเงิน 10 บาท มา เด็กบางคนเล่นไม่เป็น มาลองผิดลองถูกจนเป็นคนเก่งคอมกลับไป แต่ผมซิ ต้องคอยซ่อมเครื่องที่เด็กๆทำเสีย ทำพัง มันตั้งเท่าไหร่... พอเด็กๆทำอะไรไม่ถูก เขาก็เรียกผม พี่ๆ คุณนี่ทำยังไง สอนให้หน่อยๆๆ ผมใช่มั๊ยที่สอนความรู้ให้ลูกหลานคุณ โดยไม่คิดเงินแม้แต่บาทเดียว ค่าสอน บางที ยังช่วยใช้ความรู้ที่เรียนจบมา สอนเด็กๆ เกี่ยวกับการทำรายงาน การค้นคคว้าข้อมูล วิธีลัดต่างๆ ที่ไม่มีในโรงเรียนอีก ได้เศษเงินมา 10 บาท มาจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าลิขสิทธ์ ค่าตำรวจ สารพัด... เงินเก็บไม่เหลือ เงินสร้างตัวไม่มีคุณคิดดู....
เรื่องเด็กติดเกม ผมจะบอกให้ สมัยผมเรียน ม. ปลาย ผมเองกับเพื่อนๆ ก็เคยโดดเรียนไปร้านเน็ตกัน สมัยนั้น อินเตอร์เน็ตเพิ่งจะเข้าประเทศไทย เด็กๆอย่างผมเลยเห่อหน่อย ตามประสา ก็ไปเล่นประจำ ชม.ละ 20 บาท ผลเป็นไงเหรอ ตอนนี้ เพื่อนๆผมกลุ่มนั้น ที่เคยโดดเรียนไปร้านเน็ตด้วยกัน บางคนเป็นนายแพทย์ บางคนเป็นวิศวะกร บ้างก็เป็นนักธุรกิจใหญ่ๆโตๆ ถามว่าผมโกหกหรือ ผมสาบานว่าเป็นความจริง ถามว่าเป็นไปได้ไง ก็เพราะคนเหล่านั้น เขาแบ่งเวลาไง เวลาไหนเล่นเกม เวลาไหนเรียน และทางบ้านผู้ปกครองก็ยังดูแลเอาใจใส่ คอยให้คำปรึกษาเสมอ "เด็กจะดีหรือเลวนั้น อยู่ที่ตัวเองและพ่อแม่" จริงมั๊ย
ถ้าพวกคุณว่างๆนะ ช่วงค่ำๆ ซัก 4-5 ทุ่ม ลองขับรถไปดูตามถนนต่างๆสิ จะพบกับสถานที่หนึ่ง ที่มีรถมอเตอร์ไซค์จอดเรียงกันเป็นร้อยๆ เทียบกับร้านเน็ตแล้ว เยอะกว่ามากๆ เป็นสิบๆเท่าเลย สถานที่นั้นคือ "บ่อนพนันบอล" ที่ๆลูกหลานคุณที่คุณพยายามห้ามไม่ให้เข้าร้านเน็ต ชอบไปไง สถานที่เหล่านี้ เปิดกันอย่างแพร่หลาย โจ่งครึ่ม ติดถนนใหญ่ก็มี อยู่ตามในซอยก็เยอะ แล้วแต่เส้นสาย หรือส่วย คุณคิดดูนะ ว่าลูกหลานคุณ ไปร้านเน็ต เสียเงิน ชม. ละ 10 บาท ลูกค้าร้านผมนะ ส่วนใหญ่ เด็กๆก็ คนละ 10 - 20 บาท เด็กบางคนที่ทางบ้านฐานะดีหน่อยก็ 100 (กินขนมบ้าง น้ำบ้าง) แล้วถ้าลูกหลานคุณเข้าไปบ่อนพนันบอลหล่ะ... 100 1000 10000 ... หรือกี่บาท... ถ้าคุณเคยเล่นการพนัน คุณรู้ใช่มั๊ย ว่าเล่นแล้ว มันจะติด นั่นไง รถถึงจอดกันเป็นร้อยๆไง ถามว่า ทำไม ร้านพนันบอลถึงเปิดได้อย่างโจ่งแจ้ง แต่ร้านเน็ต ต้องคอยระวังตัวเสมอ ถ้าคุณเป็นผม คุณจะเสียใจมั๊ย กับคำว่า "ร้านอินเตอร์เน็ท มอมเมาเยาวชน"
หลายๆคน คงคิดแย้งผมมา ว่า ก็ร้านเน็ต มักคู่กับยาเสพติด ร้านเน็ตไง ขายยาเสพติด (อันนี้ได้ยินมาจนหูชาเลย) ผมถามหน่อยนะครับ ถ้าเป็นคุณหล่ะ ลงทุนไป 5 แสนบาท เพื่อที่จะทำอาชีพสุจริต แล้วคุณจะขายยาบ้าในร้านคุณเองเหรอ... แล้วต้องเสี่ยงกับกฎหมาย ที่คุณก็รู้ว่าโทษมันร้ายแรงเพียงใด คุณต้องเสียชื่อเสียง เสียอนาคต คุณจะทำเหรอ ถ้าเป็นผมนะ ผมเอาเงินไปทำโต๊ะพนันบอลดีกว่า ตำรวจก็ไม่จับ เหมือนเป็นอาชีพสุจริตไปเลย ผู้ปกครองก็ไม่ว่าอีก ผมจะขายยาบ้าไปด้วย ใครจะว่าผม ได้เงิน 2 ต่อ ความรู้สึกนะ อย่างน้อยๆ ถ้าผมติดคุกไป ก็เพราะผมทำอาชีพชั่วๆแบบนี้ ผมยังภูมิใจกว่า กับการที่ผมติดคุก เพราะทำร้านเน็ต (ขายหน้าตายเลยในคุก)ถ้าเป็นคุณล่ะ จะเลือกติดคุกแบบไหน...
แต่ผมก็เลือกทำร้านอินเตอร์เน็ต เพราะพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ของผม สอนมาตั้งแต่เด็กๆไง ว่าจงเป็นคนดี ให้ทำความดี....
แล้วชีวิตผมเป็นไงบ้างกับการทำความดี... ทุกวันนี้ จะเดินออกจากบ้าน หรือไปกินข้าว ก็จะมีเสียงซุบซิบจากชาวบ้าน ว่าผมทำร้านเน็ต อย่าไปสุงสิงด้วย ใครมีลูกหลานช่วยๆกันเตือนๆ ว่าอย่าให้ไปร้านเน็ตมันนะ "ร้านอินเตอร์เน็ท มอมเมาเยาวชน"
แล้วเจ้าของบ่อนพนันบอลหล่ะ... เฮียซ้งครับ เฮียยุทธขา (นามสมมุติ) มีแต่คนนับหน้าถือตา แม้แต่ตำรวจ ยศประทวน ยันตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ยังต้องไปยกมือไหว้เขา ท่านผู้มีอุปการะ จนแทบจะกราบเท้า....
สื่อก็เหมือนกัน โดยเฉพาะรายการเรื่องจริงผ่านจอ ผมก็เข้าใจคุณนะ ว่ามันเป็นอาชีพของคุณ คุณก็ต้องหาเงิน หารายได้มาจุลเจือครอบครัว การทำเรทติ้ง ให้พุ่งกระฉูด มันก็ต้องสร้างกระแส เรื่องอะไรหล่ะ ที่ผู้ปกครองสนใจนักหนา "ร้านอินเตอร์เน็ท มอมเมาเยาวชน" ไง แต่ขอได้มั๊ย เด็กข่มขืนกัน เด็กชกต่อยกัน เด็กติดยาบ้า อะไรๆก็โทษร้านอินเตอร์เน็ต
คุณลองย้อนกลับไปดูสังคมนะ ทุกวันนี้คนชั่วๆ คนเลวๆ มันมีเยอะแค่ไหน กับการที่เด็กๆ ไปทราบสิ่งเหล่านั้นมา มันมีสื่ออยู่รอบตัว เริ่มจากที่บ้าน คุณเคยรู้มั๊ย ว่าเด็กเหล่านั้นที่บ้านเป็นยังไง พ่อ แม่ ทำตัวยังไง เขารักลูกบ้างไหม เข้าดูแลบุตรหลานยังไง (แต่ท่านที่เลี้ยงลูกด้วยความรักจริงๆ คงไม่เห็นภาพหรอก แต่เห็นผลได้ ก็ลูกของคุณเป็นเด็กดีไง) ไหนจะละครช่อง 3 ช่อง 7 อีก มีแต่เรื่องที่แย่งผู้ชายกัน ตบตีกัน ข่มขืนกัน ที่โรงเรียนอีก ผมเชื่อว่าหลายๆคน คงรู้ดี ว่าศัพท์แปลกๆ ที่เราๆด่ากันจนคุ้นเคย ได้มาจากเพื่อนๆที่โรงเรียนไง ตัวเราเอง คงคิดไม่ได้หรอก จริงมั๊ย
แล้วตัวคุณเองหล่ะ คุณก็รู้ คุณเองก็เคยชกต่อยกันทุกคน จริงมั๊ย แต่สถานที่น่ะ มันแล้วแต่สมัย อย่างรุ่นผมนะ มีที่สนามบอล ไม่ก็หลังห้องน้ำโรงเรียน เด็กวัยรุ่นตีกันมันแปลกตรงไหน หรือแปลกเพราะมันไปตีกันที่ร้านเน็ต...
เมื่อรู้ๆอยู่ว่าสังคมเป็นอย่างนี้ แต่คุณก็จะไม่รับผิดหรอก ว่าที่ลูกหลานคุณ ไปตบตีกัน ไปติดยา ไปมั่วเซ็ก หรือข่มขืนกัน ปัจจัยหลักๆก็มาจากครอบครัวคุณเอง 99 เปอร์เซ็น ไม่เกี่ยวกับเจ้าของร้านเน็ต จริงมั๊ย การแก้ไข ควรเริ่มจากครอบครัว แต่มันจะมีเหรอ กฎหมายที่ว่า ไม่ดูแลสั่งสอนบุตรหลาน มีโทษจำคุก...ปี ปรับ... บาท ไม่มีหรอกครับ... ไม่มีที่ลงที่นี้ เอาไงดีหล่ะ งั้นลงที่ร้านเน็ตละกัน "ร้านอินเตอร์เน็ท มอมเมาเยาวชน"
ก็เพราะอย่างนี้ไง เรื่องจริงผ่านจอถึงพยายามสรรหามาเผยแพร่เรื่องอย่างนั้นให้พวกคุณดูไง ร้านเน็ตในประเทศไทย มีเป็นหมื่นๆ มันก็ต้องมีคนเลวๆอยู่ด้วย และคุณก็รู้นี่ ว่าคนชั่ว มันมีทุกสังคม ทุกวงการ แต่รายการมันยังเอามาเหมารวมได้ว่า "ร้านอินเตอร์เน็ท มอมเมาเยาวชน"
ทำงานร้านเน็ตมา มีเหตุการณ์หลายๆครั้งที่ทำให้ผมอึ๊งไป เพราะไม่เข้าใจจริงๆว่า บุตรหลานท่าน เข้าร้านเน็ตเนี่ย มันผิดถึงขนาดต้องตีกันเกือบตายเลยหรือ ขอยกตัวอย่าง 1 เรื่อง ที่ผมสะเทือนใจอย่างยิ่ง มีน้องคนหนึ่ง ชอบมาเล่นเกมที่ร้านผม ช่วงเวลาประมาณ 18.00 น - 20. 00น จะซื้อคูปองไปวันละ 2 ชม. เป็นเงิน 20 บาท แต่ไม่เคยเล่นครบชั่วโมงสักวัน เพราะมักจะมีเสียงโทรศัพท์ จากที่บ้านโทรมาตาม ให้กลับบ้าน น้องคนนี้เป็นเด็กเรียบร้อย ไม่เคยเล่นเกมรุนแรงยิงกันเลือดสาดเลย มักจะเล่นเกมเต้น ไม่ก็แชท และทำรายงานบ้าง แต่วันหนึ่ง ผู้เป็นแม่ของน้องคนนี้ก็เดินเข้ามาในร้าน แล้วใช้มือเปล่าฟาดทุกส่วนของลูกอย่างแรงต่อหน้าผม ตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมกับด่าด้วยคำไม่สุภาพ ประมาณว่าลูกมาเล่นร้านเน็ตอีกแล้ว เลวจริงๆ ทำให้ผมอึ้งไป แม้อยากจะช่วยน้องคนนั้นมากแค่ไหน ผมก็ทำได้แค่พูดบอกแม่เขาไปว่า ร้านเน็ต ไม่ได้เลวอย่างที่คุณคิดเลย พยามอธิบายไป แล้วก็โดนด่ากลับมา และก็สั่งลูกว่าวันหลังห้ามมาเล่นร้านนี้อีก ทำให้เกิดคำถามในใจว่า นี่ร้านเน็ตเราดูแย่ในสายตาผู้ปกครองขนาดนั้นเลยหรือ
คุณผู้ปกครอง และคุณรายการเรื่องจริงผ่านจอครับ หากคุณกำลังอ่านอยู่ ผมพอจะเข้าใจนะ คุณคงคิดเพียงว่าก็เพราะ "ร้านอินเตอร์เน็ท มอมเมาเยาวชน" ไง เรื่องที่เกิดขึ้น มีบ่อยมากๆ แต่เรื่องที่ยกตัวอย่างมันแย่ที่สุดตรงที่ผู้ปกครองตีลูกแบบเอาเป็นเอาตาย แล้วลากเสื้อลูกกลับบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา นี่หรือคนที่รักลูก ถ้าคุณเป็นเด็กหล่ะ คุณจะหาทางออกยังไง ผมเห็นแล้วสงสารนัก สื่อทุกวันนี้เสนอแต่ "ร้านอินเตอร์เน็ท มอมเมาเยาวชน" จนเหมือนกับเอากะลามาครอบผู้ปกครองซึ่งเป็นกบ ทำไมสังคมถึงเป็นแบบนี้....
เพราะสังคมเป็นแบบนี้ เลยมีกฎหมาย รวมทั้งกฎจากกระทรวงวัฒนธรรม มาควบคุมร้านอินเตอร์เน็ตอีกหลายข้อ มีผลกระทบต่อร้านพอสมควร เช่น เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามเล่นหลัง 3 ทุ่ม ชุดนักเรียนห้ามเข้า เด็กต่ำกว่า 15 ปี ห้ามเข้าก่อนบ่าย 2 ถามว่ากระทบยังไง ก่อนนี้ ร้านเปิด18 ชั่วโมง รายได้เก็บได้ตลอด แต่พอมีกฎขึ้น ร้านเลยมีลูกค้าส่วนใหญ่ซึ่งเป็นเด็กต่ำกว่า 15 ปี แค่ 5 ชม. ต่อวัน แถมต้องไล่เด็กชุดนักเรียนไปอีก เด็กบ้างคนบ้านไกล ก็ต้องกลับบ้านไป รายได้ก็หายไป 70 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 30 เปอร์เซ็นต์ซึ่งไม่พอกับค่าใช้จ่าย แถมมีนโยบายที่จะควบคุมร้านเน็ต โดยให้ทำจราจร คือทางร้านต้องมีบันทึกว่า ชื่ออะไร อายุ ที่อยู่ เวลาเล่น เวลาเลิก และอีหลายอย่าง ซึ่งเทียบกับรายได้ ชม.ละ 10 บาท งานซ่อมเครื่อง มันก็ไม่คุ้มอยู่แล้ว จะต้องมาเหนือยเพิ่มขึ้นอีก แล้วการทำดังกล่าว มันก็ละเมิดความเป็ฯส่วนตัวของลูกค้าเกินไป คนใช้บริการก็น้อยลงๆ เรื่อยๆ โอเคว่า การใช้วิธีนี้แก้ปัญหา อาจช่วยลดปัญาลงได้จริงๆ อันนี้ยอมรับ แล้วคุณคิดหรือเปล่า ว่า คนทำร้านเน็ตหล่ะ จะอยู่อย่างไร เมื่อไม่มีรายได้เข้ามาแบบนี้ ในทางกลับกัน ถ้าเป็นคุณหล่ะ ถ้าต้องไปซื้อผักในตลาด แล้วแม่ค้าต้องบันทึก ชื่อ... สกุล.. เพศ อายุ ที่อยู่ เบอร์โทร คุณเองจะไปซื้อของร้านนั้นหรือปล่าว แต่ถ้าร้านไม่ทำอย่างนั้น ก็จะโดนจับ ติดคุกหัวโต คุณคิดดูว่าผมเดือดร้อนแค่ไหนครับ...
แล้วถ้าพลาดบ้างหล่ะ ทำไม่ถูกกติกา ร้านเน็ตก็จะโดนตรวจจับ ถอนใบอนุญาต เสีบค่าปรบหรือติดคุก
ผมถามหน่อยเถอะ ถ้ามีญาติคุณมาฝากลูกหลานไว้กับเรา เพราะมีธุระ หรือป่วย แล้วคุณตำรวจเข้ามาตรวจหล่ะ บางทีก็เป็นลูกค้าเอง ที่ผู้ปกครองมาฝากดูแล เป็นเด็กออทิสติกบ้าง ไม่ได้ไปโรงเรียน เราได้แบ่งเบาภาระให้ เราช่วยดูแลให้แท้ๆ กลับโดนตำรวจจับเพราะทำผิดกฎ แถมบางที แฟนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เลิกค่ำ หลัง 4 ทุ่ม คุณตำรวจก็ยังจะมาจับผมอีก เพราะมีชุดนนักเรียนอยู่ในร้าน แต่โชคดีที่แฟน อายุ 21 ปี ไม่งั้นผมก็ติดคุกอีก...
แล้วด้วยเหตุนี้ไง มันเลยมีกลุ่มคนที่เข้ามาหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง จากกฎเหล่านี้ หลักๆมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ
1. มิชฉาชีพ ผู้อ้างตนเข้าจับกุมลิขสิทธิ์ โดยอ้างจริยธรรม มาตรวจค้นเพลงในร้าน และสื่อลามก (สื่อลามกเอาไว้อ้างกฎหมายมัดเพื่อเรียกค่าไกล่เกลี่ย) มาทีละ 3-5 หมื่นบาทเป็นอย่างน้อย
2. ไม่ขอพูถึงดีกว่า เพราะคุณรู้ดีว่า ถ้าเราไม่มีเงินส่วยแล้ว "เขา" จะจับเรา เพราะทำตามหน้าที่
ปัญหารุมเร้าพวกผมขนาดนี้ คุณหลายๆคนก็ยังพยายาม กระจายคำว่า "ร้านอินเตอร์เน็ท มอมเมาเยาวชน" กันถึงไหน ทำไมไม่ยอมเข้าใจกันซักที ว่าร้านเน็ตเขาไม่ได้มีส่วนมอมเมา หรือถ้าคิดว่ามอมเมาจริงๆนะ ตัวคุณเองมอมเมาลูกหลานคุณมากกว่าไหม หรือสิ่งต่างๆรอบๆตัวเด็กด้วยหรือไม่ที่มอมเมา
ช่วยเอาใจเขา มาใส่ใจเราบ้าง และช่วยกันมองโลกให้กว้างขึ้นบ้างครับ เปิดใจให้ร้านเน็ตหน่อย คำทำร้านเน็ตเขาก็มีหัวใจ เจอแบบผมคุณจะทำยังไง ชีวิตก็เรียนจบมาทางนี้เองด้วยใจรัก ไม่ได้จบหมอ หรือวิศวะอย่างเพื่อนผมนะครับ คนทำร้านเน็ตเล็กๆอย่างผม จะเอาไงกับชีวิตดีล่ะทีนี้ ทำร้านเน็ตแล้ว โดนสื่อโจมตี โดนสังคมรังเกียจ เก็บเงินก็ไม่ได้ แถมไม่รู้จะโดนตำรวจจับเข้าคุกเมื่อไหร่อีก ผมก็เลยต้องยอมปิดร้านเน็ตไป ด้วยความเสียใจอย่างสุดชีวิต และความน้อยใจสังคมจนเหนือคำอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ
เครดิต
http://www.tidso.com/board_1/view.php?id=12