<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชมรมผู้ประกอบการร้านอินเตอร์เน็ตและเกมจังหวัดสมุทรปราการ &#187; ไม่มีหมวดหมู่</title>
	<atom:link href="http://www.netcafe-sp.org/category/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%88/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.netcafe-sp.org</link>
	<description>การรวมตัวกันของร้านเกม และร้านอินเตอร์เน็ตเพื่อความสามัคคี และความรู้เรื่องกฏหมายร้านอินเตอร์เน็ต ร้านเกม</description>
	<lastBuildDate>Wed, 25 Aug 2010 05:04:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>เมื่อคนในบ้านป่วยเป็น &#8216;โรคจิตเภท&#8217;</title>
		<link>http://www.netcafe-sp.org/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.netcafe-sp.org/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Nov 2009 06:26:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tonkoson</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[จิตเภท]]></category>
		<category><![CDATA[จิตแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อแม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.netcafe-sp.org/?p=260</guid>
		<description><![CDATA[          ได้อ่านบทความเรื่อง”เมื่อคนในบ้านป่วยเป็น &#8216;โรคจิตเภท&#8216;” จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ เห็นว่าค่อนข้างมีประโบชน์เลยเอามาเผยแพร่ต่อให้สมาชิกของเราได้รับรู้บ้าง ทุกวันนี้สภาวะหลายๆอย่างค่อนข้างจะบีบคั้น ทำให้เกิดความเครียดได้ง่ายและผู้ที่เป็นโรคเครียดก็มีเพิ่มมานขึ้นทุกวันจนน่าเป็นห่วง                          ผู้ที่มีพื้นฐานทางจิตที่ไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิม อาจลุกลามให้เกิดภาวะจิตแตก หลุดจากความเป็นจริงได้ง่าย นั่นเพราะถูกปัญหาถาถมประดังเข้ามา จนทำให้เกิดการดับของประสาทการรับรู้ในที่สุด เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับปัญหาที่ไม่สามารถรับมือกับมันได้ไหว            เมื่อคนในบ้านเกิดอาการจิตแตก หรือหลุดจากความเป็นจริง เช่น ประสาทหลอน หลงผิด คิดว่าตัวเองเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ หรือคิดไปเองว่า มีคนซุบซิบนินทา หรือคิดไม่ดีไม่ร้ายกับตัวเอง ทั้งๆ ที่เรื่องยังไม่เกิด และถ้าอาการเหล่านี้ สะสมเรื้อรังมานานกว่า 6 เดือน จิตแพทย์ถือว่า สมาชิกในบ้านคนนั้น กำลังถูกโรคจิตเภทคุกคามเข้าแล้ว ต้องรีบพาไปพบจิตแพทย์เพื่อดำเนินการรักษาให้เร็วที่สุด            กลุ่มอาการของโรคจิต มีหลายชนิด และหลายสาเหตุ แต่โรคจิตเภท เกิดจากคำว่า จิต+เภท เท่ากับ จิตแตก ซึ่งเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด มีความผิดปกติของสมองในด้านการรับรู้ (ขาเข้า) ตีความหมาย (ประมวลผล) และการแสดงออก (ขาออก) ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในต่างๆ เช่น หน้าที่การงาน การเรียน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify">          ได้อ่านบทความเรื่อง”<span style="color: #2300dc">เมื่อคนในบ้านป่วยเป็น <span style="font-family: Times New Roman, serif">&#8216;</span></span><span style="color: #2300dc">โรคจิตเภท<span style="font-family: Times New Roman, serif">&#8216;</span>” </span>จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ เห็นว่าค่อนข้างมีประโบชน์เลยเอามาเผยแพร่ต่อให้สมาชิกของเราได้รับรู้บ้าง ทุกวันนี้สภาวะหลายๆอย่างค่อนข้างจะบีบคั้น ทำให้เกิดความเครียดได้ง่ายและผู้ที่เป็นโรคเครียดก็มีเพิ่มมานขึ้นทุกวันจนน่าเป็นห่วง</p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify">             </p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 179px"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/552000015006601.JPEG" alt="ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต" width="169" height="175" /><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต</p></div>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify">           ผู้ที่มีพื้นฐานทางจิตที่ไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิม อาจลุกลามให้เกิดภาวะจิตแตก หลุดจากความเป็นจริงได้ง่าย นั่นเพราะถูกปัญหาถาถมประดังเข้ามา จนทำให้เกิดการดับของประสาทการรับรู้ในที่สุด เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับปัญหาที่ไม่สามารถรับมือกับมันได้ไหว</p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify">           เมื่อคนในบ้านเกิดอาการจิตแตก หรือหลุดจากความเป็นจริง เช่น ประสาทหลอน หลงผิด คิดว่าตัวเองเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ หรือคิดไปเองว่า มีคนซุบซิบนินทา หรือคิดไม่ดีไม่ร้ายกับตัวเอง ทั้งๆ ที่เรื่องยังไม่เกิด และถ้าอาการเหล่านี้ สะสมเรื้อรังมานานกว่า <span style="font-family: Times New Roman, serif">6 </span>เดือน จิตแพทย์ถือว่า สมาชิกในบ้านคนนั้น กำลังถูกโรคจิตเภทคุกคามเข้าแล้ว ต้องรีบพาไปพบจิตแพทย์เพื่อดำเนินการรักษาให้เร็วที่สุด</p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify">           กลุ่มอาการของโรคจิต มีหลายชนิด และหลายสาเหตุ แต่โรคจิตเภท เกิดจากคำว่า จิต<span style="font-family: Times New Roman, serif">+</span>เภท เท่ากับ จิตแตก ซึ่งเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด มีความผิดปกติของสมองในด้านการรับรู้ <span style="font-family: Times New Roman, serif">(</span>ขาเข้า<span style="font-family: Times New Roman, serif">) </span>ตีความหมาย <span style="font-family: Times New Roman, serif">(</span>ประมวลผล<span style="font-family: Times New Roman, serif">) </span>และการแสดงออก <span style="font-family: Times New Roman, serif">(</span>ขาออก<span style="font-family: Times New Roman, serif">) </span>ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในต่างๆ เช่น หน้าที่การงาน การเรียน หรือความรับผิดชอบในครอบครัว เป็นต้น</p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"><span style="color: #2300dc">           ในด้านของปัจจัยเสี่ยง คุณหมอบอกว่า สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน คือ ต้นทุนทางสมองจากพ่อแม่ การเลี้ยงดู และสังคมที่แวดล้อมตัวเด็ก หรือผู้ป่วย ซึ่งปัจจัยที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวเนื่องกับวิธีการรักษาด้วย เช่น ถ้าปัจจัยที่เกิดขึ้น เกิดจากต้นทุนทางสมองของพ่อแม่ วิธีการรักษาของจิตแพทยฺ์ อาจจะต้องเน้นไปที่ตัวยาเป็นหลัก มากกว่าการรักษาในแนวทางอื่นๆ เป็นต้น </span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify">            และเมื่อพูดถึงอาการ คุณหมอได้แบ่งเป็น <span style="font-family: Times New Roman, serif">2 </span>กลุ่ม ได้แก่ อาการทางบวก และอาการทางลบ สำหรับอาการทางบวก คุณหมอบอกว่า ผู้ป่วยจะมีการรับรู้ของประสาทสัมผัสคลาดเคลื่อน เช่น ประสาทหลอน วิธีคิดคลาดเคลื่อน เช่น หลงผิด หรือหวาดระแวง คิดไปเองว่ามีคนจะมาทำร้าย หรือซุบซิบนินทา ซึ่งถ้าเป็นมากขึ้น จะทำให้เกิดความเสื่อมในการดำเนินชีวิตได้ ไม่ว่าจะ การดูแลตัวเอง ความรับผิด และหน้าที่การงาน นำไปสู่อาการทางลบที่จะพบได้ทั่วไป คือ มีอาการพูดคนเดียวอยู่บ่อยๆ และไม่ค่อยอยากทำงาน หรือขาดความรับผิดชอบ</p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify">            นอกจากนี้ คุณหมอได้อธิบายต่อว่า กลุ่มอาการของโรคจิตเภท ส่วนหนึ่งเกิดจากความผิดปกติของเซลล์สมอง ทั้งขณะอยู่ในครรภ์ และตอนคลอด ขณะเดียวกัน อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ด้วย เช่น ถ้ามีประวัติในครอบครัวเป็นโรคจิตเภท จะมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่อยู่ในครอบครัวที่ไม่มีประวัติการป่วย ส่วนใหญ่<span style="color: #2300dc">สถิติผู้ป่วยที่พบในประเทศไทย พบผู้ป่วยเป็นโรคจิตเภทประมาณ <span style="font-family: Times New Roman, serif">3-6 </span></span><span style="color: #2300dc">แสนคน</span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"> <span style="color: #000000"><strong>ดูแลอย่างไร</strong><span style="font-family: Times New Roman, serif"><strong>? </strong></span><strong>เมื่อคนในบ้านเป็น </strong><span style="font-family: Times New Roman, serif"><strong>&#8216;</strong></span><strong>โรคจิตเภท</strong><span style="font-family: Times New Roman, serif"><strong>&#8216;</strong></span></span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"> <span style="color: #000000">           สำหรับในกรณีการดูแลผู้ป่วย คุณหมอจะพูดถึงการดูแลหลังการรักษาจากจิตแพทย์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคุณหมอบอกว่า ‘ครอบครัว’ ถือเป็นตัวยาสำคัญ พร้อมกันนี้คุณหมอได้ฝากหลักการดูแลผู้ป่วย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ และญาติพี่น้อง ดังนี้</span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"><span style="color: #2300dc"><span style="font-family: Times New Roman, serif">1. </span></span><span style="color: #2300dc">พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องควรดูแลการกินยาของลูกหลานที่ป่วยเป็นโรคจิตเภท เพื่อให้กินยาตรงเวลา และสม่ำเสมอ</span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"><span style="color: #2300dc"><span style="font-family: Times New Roman, serif">2. </span></span><span style="color: #2300dc">กระตุ้นเรื่องหน้าที่ และความรับผิดชอบของตัวเด็กที่ป่วย เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่ทั้งนี้ ต้องอย่าคาดหวัง หรือใช้อารมณ์ในการกระตุ้น เช่น <span style="font-family: Times New Roman, serif">&#8220;</span></span><span style="color: #2300dc">ทำไมขี้เกียจแบบนี้ งานการไม่ยอมทำ<span style="font-family: Times New Roman, serif">&#8221; </span></span><span style="color: #2300dc">แต่ควรใช้วิธีแบบค่อยเป็นค่อยไป บวกกับมีความอดทน เพื่อให้ร่างกาย และจิตใจผู้ป่วย ค่อยๆ ฟื้นกลับคืนสภาพเดิมได้อย่างปกติสุข</span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"> <span style="color: #2300dc"><span style="font-family: Times New Roman, serif">3. </span></span><span style="color: #2300dc">พาไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อประเมินพฤติกรรม พร้อมกับรับฟังคำแนะนำในการดูแลจากจิตแพทย์</span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"> <span style="color: #2300dc"><span style="font-family: Times New Roman, serif">4. </span></span><span style="color: #2300dc">ถ้ามีโอกาส ควรพาผู้ป่วยออกไปเที่ยว หรือสัมผัสกับธรรมชาติบ้าง เพื่อให้จิตใจรู้สึกผ่อนคลาย และเกิดความสบายใจขึ้น</span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"> <span style="color: #000000">จิตแพทย์แนะปิดทางเสี่ยง ก่อนลูก <span style="font-family: Times New Roman, serif">&#8216;</span></span><span style="color: #000000">มีอาการทางจิต<span style="font-family: Times New Roman, serif">&#8216;</span></span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"> <span style="color: #2300dc"><span style="font-family: Times New Roman, serif">1. </span></span><span style="color: #2300dc">สำหรับลูกเล็ก คุณพ่อคุณแม่ ควรให้เวลาคุณภาพกับลูก ด้วยการทำกิจกรรม และทำให้ลูกรู้สึกว่า ตัวเขาเองมีคุณค่า เช่น ชมเชยด้วยคำพูด หรือสิ่งของ เมื่อลูกทำในสิ่งที่ดีงาม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดกำลังใจในการทำสิ่งที่ดีต่อไป</span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"><span style="color: #2300dc">ขณะที่ลูกโต และเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เด็กในช่วงวัยนี้ จะต้องรับมือกับการเปลี่ยนหลายด้าน พร้อมกับต้องรับความกดดันด้านต่างๆ ไม่ว่าจะการเรียน และการสอบ จึงเป็นวัยที่พ่อแม่ต้องเข้าใจ และใช้เหตุผลในการพูดคุย</span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"> <span style="color: #2300dc"><span style="font-family: Times New Roman, serif">2. </span></span><span style="color: #2300dc">พ่อแม่ควรให้ความสำคัญกับความรู้สึกของลูก พร้อมกับสร้างความไว้ใจ และความศรัทธาของพ่อแม่ให้เกิดขึ้นในตัวลูก ด้วยการเปิดใจกว้าง และมีใจเป็นกลาง เพราะเวลาลูกเจอปัญหา เขาจะเข้ามาปรึกษาพ่อแม่ แทนที่จะเข้าไปปรึกษาคนอื่น</span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"> <span style="color: #2300dc"><span style="font-family: Times New Roman, serif">3. </span></span><span style="color: #2300dc">การจะเลี้ยงลูกให้ดีทั้งร่างกาย และจิตใจนั้น นอกจากความหวังดีแล้ว พ่อแม่ต้องมีความรู้ในการเลี้ยงลูกด้วย เช่น ใช้คำพูดอย่างไรให้ลูกรู้สึกดี หรือลูกมีจุดเด่น จุดด้อยตรงไหนบ้างต้องใส่ใจ หรือควรระวัง</span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"> <span style="color: #2300dc"><span style="font-family: Times New Roman, serif">&#8220;</span></span><span style="color: #2300dc">ดังนั้น การเลี้ยงลูก เปรียบได้กับคนรักต้นไม้ ถ้ามีแต่รัก แต่ไม่มีความรู้ ต้นไม้อาจตายได้ นั่นเพราะ ไม่รู้แม้กระทั่งว่า ต้นไหนคือต้นไม้ในร่ม หรือต้นไหนเป็นต้นไม้แดด ดังนั้นเมื่อไม่มีความรู้ ทำให้มีการเลี้ยงดูที่ผิดวิธี ส่งผลให้ต้นไม้เฉาตายได้ในที่สุด<span style="font-family: Times New Roman, serif">&#8220;</span></span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"><span style="color: #2300dc"><span style="font-family: Times New Roman, serif"><span style="color: #29384e;font-family: Georgia"> </span>4. </span></span><span style="color: #2300dc">ประการสุดท้าย ควรสังเกตพฤติกรรมลูกอยู่ตลอดเวลา เพราะอาการทางจิต เป็นบาดแผลที่มองไม่เห็น ถ้าพบความผิดปกติ เช่น ลูกซึมเศร้า หรือไม่สนใจคนรอบข้างเหมือนเมื่อก่อน ขั้นแรกต้องคุยกับลูก แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้น ให้รีบพาไปพบจิตแพทย์ เพื่อดูอาการ และทำการรักษาต่อไป เร็วเท่าไร การรักษาจะมีประสิทธิภาพ และมีโอกาสหายเป็นปกติได้เร็วเท่านั้</span></p>
<p style="margin-bottom: 0cm;text-align: justify"><span style="color: #000000">ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.netcafe-sp.org/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

