กฏหมายร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตฉบับใหม่ที่ออกมาเพื่อบังคับใช้เจ้าของร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ต ควรอ่านให้เข้าใจและปริ๊นไว้คู่กาย
พ.ร.บ. ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ มาตราที่ 1-43
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทป และวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530″
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เว้นแต่ มาตรา 10 ให้มีผลใช้บังคับในวันที่ รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา แต่ต้องไม่เกินกว่าหนึ่งร้อยแปด สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 3 ผู้ประกอบกิจการจะต้องรับผิดชอบในการกระทำหรืองดเว้น การกระทำอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ แม้ว่าการกระทำนั้นจะเป็น การกระทำหรืองดเว้นการกระทำของตัวแทน ลูกจ้างหรือคนงานของตน เว้น แต่ผู้ประกอบกิจการดังกล่าวจะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำ หรืองดเว้นการกระทำ ของตัวแทนลูกจ้างหรือคนงานดังกล่าวเป็นการสุดวิสัยที่ตนจะล่วงรู้หรือควบคุม ได้โดยตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
“เทปหรือวัสดุโทรทัศน์” หมายความว่า
(1) วัสดุที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็กหรือสารอื่นใดซึ่งได้บันทึกภาพ หรือ ถ่ายทอดภาพโดยการเปลี่ยนสัญญาณเป็นกระแสไฟฟ้าหรือ
(2) วัสดุอย่างอื่นใดซึ่งได้ถูกถ่าย อัด หรือกระทำด้วยวิธีใด ๆ ให้เป็น เรื่องเหตุการณ์ รูป ข้อความ หรือเกมการเล่น ทั้งนี้ ตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง
โดยวัสดุดังกล่าวสามารถจัดถ่ายทอดออกเป็นภาพหรือเสียง หรือทั้งภาพ และเสียงได้ในลักษณะต่อเนื่องกันไปด้วยเครื่องเทปโทรทัศน์ หรือเครื่องถ่าย ทอดวัสดุโทรทัศน์ เครื่องฉายภาพ หรือเครื่องกลไกอย่างอื่นทำนองเดียวกัน
“สถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์” หมายความว่า สถานที่ใด ๆ รวมทั้งสถานที่ภายในอาคารหรือยานพาหนะซึ่ง
(1) จัดฉายหรือให้บริการโดยแสดงภาพและหรือเสียงด้วยเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์โดยการเก็บค่าดูหรือโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการในกิจการ ของผู้จัดฉายหรือผู้ให้บริการในสถานที่นั้นหรือในยานพาหนะนั้นหรือโดยการได้ รับประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น เช่นการคิดค่าบริการในรูปของค่าธรรมเนียม สมาชิก หรือค่าบำรุง หรือ
(2) ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ โดยการจัดส่งไปทางสายหรือทาง วิธีการอื่นใด ที่ให้ผลในลักษณะเดียวกันไปยังผู้รับบริการหลายรายที่อยู่ใน อาคารเดียวกันหรือในบริเวณเดียวกัน เช่นอาคารชุด โรงแรม โรงพยาบาล ทั้งนี้ เท่าที่มิได้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยวิทยุกระจายเสียง และวิทยุ โทรทัศน์
“หมายเลขรหัส” หมายความว่า หมายเลขรหัสที่เจ้าพนักงานผู้ตรวจ กำหนดสำหรับเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ได้ผ่านการพิจารณาและให้ความเห็นชอบ แล้วและให้หมายความรวมถึงหมายเลขรหัสของจังหวัดในกรณีที่พระราชบัญญัติ นี้กำหนดให้ต้องมีหมายเลขรหัสของจังหวัดด้วย
“นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียน ประจำจังหวัดแล้วแต่กรณีซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ นั้น
“เจ้าพนักงานผู้ตรวจ” หมายความว่าผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจ พิจารณาเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ตามพระราชบัญญัตินี้
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 5 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่
(1) เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่จัดทำขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่หรือส่งเสริมกิจการและการดำเนินการของส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจนั้น
(2) เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่มีลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 6 ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่าย ด้วยประการใด ๆ ซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ โดยทำเป็นธุรกิจ หรือโดยได้ ประโยชน์ตอบแทน ด้วยการคิดค่าบริการในรูปของค่าธรรมเนียมสมาชิกหรือ ด้วยวิธีการอื่นใด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนทั้งนี้ นอกจากกรณี ที่ได้รับยกเว้นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่ อนุญาต ผู้ขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่ง ของนายทะเบียนต่อรัฐมนตรีได้ตาม มาตรา 29 ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่ วันได้รับคำสั่งของนายทะเบียน
มาตรา 7 ผู้ที่จะขออนุญาตดำเนินกิจการตาม มาตรา 6 ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(2) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(3) เป็นผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นที่เชื่อถือโดยแสดงหลักฐาน เพื่อประกอบ การพิจารณาของนายทะเบียนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตาม มาตรา 8 วรรคสอง
(4) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนคนไร้ความสามารถ
(5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็น โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ใน กรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต กรรมการ ผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบใน การดำเนินการของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในวรรคหนึ่ง
มาตรา 8 การขออนุญาตประกอบกิจการ ตาม มาตรา 6 สำหรับใน กรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนกลาง สำหรับจังหวัดอื่นให้ยื่น คำขอต่อนายทะเบียนประจำจังหวัด
การขออนุญาต การอนุญาต และแบบใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และเพื่อประโยชน์ในการ พิจารณาอนุญาต กฎกระทรวงดังกล่าวจะกำหนดให้ผู้ขออนุญาตต้องมีหนังสือ รับรองจากบุคคลที่มีคุณสมบัติเป็นที่เชื่อถือได้ตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง และ หรือจะกำหนดให้แสดงหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อประกอบ การพิจารณาของนายทะเบียนก็ได้
ในการอนุญาต นายทะเบียนจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติก็ได้
เพื่อประโยชน์แก่การดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียน กลางเป็นนายทะเบียนประจำสำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร
มาตรา 9 ใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่าย ซึ่งเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ให้ใช้ได้สองปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
ถ้า ผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต จะต้องยื่นคำขอเสีย ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุและเมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วจะประกอบกิจการต่อไป ก็ได้ จนกว่านายทะเบียนจะไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น
การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 10 เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 6 จะมี ไว้ในสถานะที่ประกอบกิจการของตนได้ จะต้องเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ ภาพและเสียงของเรื่องได้ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับความเห็นชอบจาก เจ้าพนักงานผู้ตรวจตาม มาตรา 11 หรือ มาตรา 14 หรือต้องเป็นเทปหรือ วัสดุโทรทัศน์ที่มีผู้รับรองสำเนาตาม มาตรา 17 แล้วเท่านั้น และเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์ดังกล่าวจะต้องมีการแสดงตรา หมายเลขรหัส และรายละเอียดตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 11 การตรวจพิจารณาให้ความเห็นชอบในเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ตาม มาตรา 6 หรือบุคคลอื่นใดซึ่งประสงค์จะให้เจ้าพนัก งานผู้ตรวจทำการตรวจพิจารณาและให้ความเห็นชอบในเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ของตนยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานผู้ตรวจ ตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการและส่งมอบ เอกสารประกอบการพิจารณาตามที่กำหนดในกฎกระทรวงพร้อมทั้งมอบสำเนา เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ซึ่งมีภาพและเสียงอย่างเดียวกันให้กับเจ้าพนักงาน ผู้ตรวจสองสำเนา
เทปหรือวัสดุโทรทัศน์แต่ละเรื่องที่ผ่านการตรวจพิจารณา และได้รับความ เห็นชอบตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจให้หมายเลขรหัสประจำ เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ และประทับหมายเลขรหัสลงบนเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ลง ไว้ทั้งสองสำเนา และส่งคืนให้ผู้ยื่นคำขอหนึ่งสำเนาและเก็บรักษาไว้เพื่อใช้ ในการตรวจสอบหนึ่งสำเนา และในกรณีที่เจ้าพนักงานผู้ตรวจเห็นเป็นการ สมควรอาจสั่งให้ผู้ยื่นคำขออัดหรือบันทึกคำ บอกแจ้งว่าเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ดังกล่าวได้ผ่านการตรวจพิจารณาของเจ้าพนักงานผู้ตรวจ ไว้บนเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
ใน กรณีที่ปรากฏว่าเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ที่มีผู้ยื่นคำขอให้เจ้าพนักงาน ผู้ตรวจทำการตรวจพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ได้ผ่านการตรวจพิจารณา และได้รับความเห็นชอบมาแล้ว ให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจคืนสำเนาเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์ให้แก่ผู้ยื่นคำขอ
ให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจดำเนินการตรวจพิจารณา และให้ความเห็นชอบใน เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ตามที่มีผู้ยื่นคำขอให้ตรวจพิจารณาโดยเร็ว ทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
ให้นายทะเบียนกลางมี อำนาจกำหนดให้เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ประเภท หนึ่งประเภทใดที่ผู้ยื่นคำขอได้รับการยกเว้น ไม่ต้องมอบสำเนาเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์หนึ่งสำเนาไว้ให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจเก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการตรวจ สอบก็ได้
มาตรา 12 ในกรณีที่สถานที่ประกอบกิจการของผู้ได้รับใบอนุญาต ตาม มาตรา 6 อยู่ในท้องที่จังหวัดอื่น ซึ่งมิได้อยู่ในเขตท้องที่ของเจ้าพนักงาน ผู้ตรวจ หรือในกรณีที่เป็นการประกอบกิจการของสาขาในจังหวัดอื่นของผู้ได้ รับใบอนุญาต และเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ได้ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับ ความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจแล้ว แต่ยังมิได้มีหมายเลขรหัสของ จังหวัดนั้นให้ผู้ได้รับอนุญาตยื่นคำขอต่อนายทะเบียนประจำจังหวัด เพื่อให้ กำหนดหมายเลขรหัสประจำเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ พร้อมทั้งมอบสำเนาเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ ซึ่งมีภาพและเสียงอย่างเดียวกันให้แก่นายทะเบียนประจำ จังหวัดสองสำเนา
เมื่อนายทะเบียนประจำจังหวัดได้รับคำขอแล้ว ให้นายทะเบียนประจำ จังหวัดออกหมายเลขรหัสของท้องที่จังหวัดนั้น พร้อมทั้งประทับหมายเลขรหัส ประจำท้องที่ลงบนเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ทั้งสองสำเนา และส่งคืนให้ผู้ได้รับใบ อนุญาตหนึ่งสำเนา และให้นายทะเบียนเก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ หนึ่งสำเนา และให้นำความใน มาตรา 11 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 13 เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่นำมรให้ตรวจพิจารณาและให้ความ เห็นชอบตาม มาตรา 11 นั้น ถ้าเจ้าพนักงานผู้ตรวจเห็นว่าการมีไว้ในครอบ ครองซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน เป็นการฝ่าฝืน กฎหมาย ให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจมีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นคำขอลบหรือตัดทอนเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือยึดไว้หรือทำลายเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์ดังกล่าวได้ตามที่เห็นสมควร
มาตรา 14 ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 6 ทำการบันทึกบท พากย์หรืออักษรแสดงข้อความใด ๆ ลงบนเทปหรือวัสดุโทรทัศน์เว้นแต่จะเป็น เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ได้ผ่านการตรวจพิจารณา และให้ความเห็นชอบจาก เจ้าพนักงานผู้ตรวจแล้ว และบทพากย์หรืออักษรแสดงข้อความดังกล่าวจะต้อง ผ่านการพิจารณาและได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจก่อน
เมื่อผู้ ได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 6 ได้บันทึกบทพากย์หรืออักษรแสดงข้อ ความใด ๆ ลงบนเทปหรือวัสดุโทรทัศน์แล้ว ให้ส่งมอบสำเนาเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์ดังกล่าวให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจหนึ่งสำเนาเพื่อตรวจพิจารณา และให้ ความเห็นชอบและเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานตรวจสอบ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
ให้นายทะเบียนกลางมีอำนาจกำหนดให้เทป หรือวัสดุโทรทัศน์ เรื่องหนึ่ง เรื่องใดหรือประเภทหนึ่งประเภทใด ทำการบันทึกบทพากย์หรืออักษรแสดงข้อ ความใด ๆ ได้โดยเทปหรือวัสดุโทรทัศน์นั้นไม่ต้องผ่านการตรวจพิจารณาและ ให้ความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจมาก่อนก็ได้ ในกรณีนี้ให้ผู้ได้รับใบ อนุญาตดำเนินการขอให้มีการตรวจพิจารณาและให้ความเห็นชอบตาม มาตรา 11
มาตรา 15 การโฆษณาสินค้าหรือบริการในเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่จะนำ มาขอให้เจ้าพนักงานผู้ตรวจพิจารณา และให้ความเห็นชอบตามพระราชบัญญัติ นี้จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 16 การตรวจพิจารณาและให้ความเห็นชอบของเจ้าพนักงานผู้ ตรวจตาม มาตรา 11 และ มาตรา 14 ย่อมไม่คุ้มผู้ที่ได้ยื่นคำขอตรวจพิจารณา ให้ต้องพ้นจากความรับผิดในทางแพ่ง หรือทางอาญา หรือจากการกระทำ อันต้องรับผิดตามกฎหมายอื่น
มาตรา 17 ผู้ได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 6 อาจอัดสำเนาเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์ที่ได้ผ่านการตรวจพิจารณา และได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงาน ผู้ตรวจตาม มาตรา 11 และ มาตรา 14 ไว้เพื่อการประกอบกิจการของตนได้ โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(1) ต้องอัดหรือบันทึกสำเนาเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ให้ตรงตามต้นฉบับ เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ทั้งภาพและเสียงและคำบอกแจ้งว่าเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ดังกล่าวได้ผ่านการตรวจพิจารณาแล้ว ถ้ามี
(2) ต้องรับรองสำเนาเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ด้วยการลงลายมือชื่อของผู้ ได้รับใบอนุญาต หรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้ได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 18 ลงไว้บนเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ตนเองได้อัดสำเนา พร้อมทั้งแสดงหมายเลข รหัสและรายละเอียดประจำเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ดังกล่าวตามวิธีการที่ เจ้าพนักงานผู้ตรวจกำหนด
มาตรา 18 ผู้ได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 6 อาจมอบหมายให้บุคคลหนึ่ง บุคคลใดลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของการอัดหรือการบันทึกสำเนาเทป หรือวัสดุโทรทัศน์แทนตนได้ โดยขออนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจหรือนาย ทะเบียนประจำจังหวัดได้ โดยขออนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจหรือนาย ทะเบียนประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี การขออนุญาตให้เป็นไปตามระเบียบที่ กระทรวงมหาดไทยกำหนด
ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ลงลายมือชื่อตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคุณสมบัติเช่น เดียวกับผู้ขออนุญาตตาม มาตรา 7 และในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้ได้ รับใบอนุญาตต้องรับผิดร่วมกันกับผู้ที่ได้รับมอบหมาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตน ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว
มาตรา 19 เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ นี้ให้นายทะเบียนจัดให้มีทะเบียนเกี่ยวกับเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ได้มีการ ตรวจ พิจารณาและให้ความเห็นชอบตามพระราชบัญญัตินี้ให้ถูกต้องอยู่เสมอ โดยให้ มีหมายเลขรหัสตลอดจนรายละเอียดต่างๆ ตามความจำเป็น ตามระเบียบ ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
มาตรา 20 เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่จะนำมาฉายหรือให้บริการในสถานที่ ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ จะต้องเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ได้ผ่านการ ตรวจพิจารณาและได้รบความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจตาม มาตรา 11 หรือ มาตรา 14 หรือเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่มีผู้รับรองสำเนาตาม มาตรา 17 แล้วเท่านั้น ทั้งนี้ เว้นแต่สถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ดังกล่าว จะได้รับยกเว้นตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
การฉายหรือการให้บริการเทปหรือ วัสดุโทรทัศน์ในสถานที่ให้บริการเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ จะต้องกระทำในวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาต การขออนุญาต การอนุญาตและแบบใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ กระทรวงโดยจะขออนุญาตไว้โดยมีกำหนดเป็นประจำก็ได้ แต่ห้ามมิให้อนุญาต เกินครั้งละหกเดือน
มาตรา 21 การประกาศหรือโฆษณาฉาย หรือให้บริการเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ จะต้องประกาศหรือโฆษณาโดยมีหมายเลข รหัสของเทปหรือวัสดุโทรทัศน์กำกับไว้ด้วยทุกครั้
มาตรา 22 ผู้ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ต้องแสดงใบอนุญาตไว้ ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายในสถานที่ประกอบกิจการของผู้ได้รับใบอนุญาต
มาตรา 23 ถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับ อนุญาตขอรับใบแทนใบอนุญาตจากนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่ กรณี
การขอรับใบแทนอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 24 นายทะเบียน เจ้าพนักงานผู้ตรวจ และพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) เข้าไปในสถานที่ใด ๆ ของผู้ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อตรวจสอบเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ หรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวกับเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์ หรือตรวจสอบการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้
(2) ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ ทำการตรวจค้น ยึด อายัดเทปหรือวัสดุโทรทัศน์หรือสิ่งอื่นใด ที่เกี่ยวกับเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ตลอดจนทำลายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่การมี ไว้ในครอบครองเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้
(3) สั่งให้หยุดฉายหรือให้บริการ และหรือสั่งให้หยุดหรือระงับการ ประกาศหรือโฆษณาซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ได้ทันทีเมื่อปรากฏว่า
(ก) การฉายหรือให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ได้กระทำ โดย ฝ่าฝืนกฎหมาย
(ข) เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่กำลังฉายหรือให้บริการ หรือกำลังจะ ฉายหรือจะให้บริการไม่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาและให้ความเห็นชอบ โดย เจ้าพนักงานผู้ตรวจหรือเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ดังกล่าวไม่มีการแสดงตราหมาย เลขรหัส หรือรายละเอียดโดยถูกต้องตามกฎหมาย
(ค) การฉายหรือให้บริการได้กระทำผิดไปจากที่ได้รับอนุญาต
(ง) การประกาศหรือการโฆษณาการฉาย หรือการให้บริการเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ได้กระทำโดยฝ่าฝืนกฎหมาย
มาตรา 25 ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 24 นายทะเบียนเจ้าพนักงาน ผู้ตรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
บัตรประจำตัว ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 26 ในการปฏิบัติหน้าที่ให้นายทะเบียน เจ้าพนักงานผู้ตรวจและ พนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 27 เมื่อปรากฏว่าผู้ขออนุญาตขาดคุณสมบัติตาม มาตรา 7 หรือ เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 6 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตตาม มาตรา 8 วรรคสาม นายทะเบียนมี อำนาจเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่าย ซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ได้
ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ต่อ รัฐมนตรีได้ตาม มาตรา 29 ภาย ในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งของนายทะเบียน การอุทธรณ์ไม่เป็น การทุเลาการบังคับตามคำสั่งของนายทะเบียน เว้นแต่รัฐมนตรีจะสั่งให้ทุเลา ได้
มาตรา 28 ในกรณีที่เจ้าพนักงานผู้ตรวจ ไม่ให้ความเห็นชอบในการ ตรวจพิจารณาเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ตาม มาตรา 11 และ มาตรา 14 หรือใน กรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้มีการฉาย หรือให้บริการเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์ตาม มาตรา 20 ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อนายทะเบียนได้ ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง และให้นายทะเบียนพิจารณาสั่ง การและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยเร็วทั้งนี้ตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทย กำหนด
ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อรัฐมนตรีได้ ตาม มาตรา 29 ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งของนายทะเบียน
มาตรา 29 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยคำอุทธรณ์ ตาม มาตรา 6 มาตรา 27 และ มาตรา 28 โดยจะวินิจฉัยชี้ขาดยื่นกลับหรือแก้ไข คำสั่งของนายทะเบียน เจ้าพนักงานผู้ตรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตามที่ เห็นสมควร และให้แจ้งคำวินิจฉัยให้นายทะเบียนเจ้าพนักงานผู้ตรวจ หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ และผู้อุทธรณ์ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
มาตรา 30 เมื่อรัฐมนตรีเห็นว่าการฉายหรือการให้บริการเทปหรือวัสดุ โทรทัศน์ ในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ใดมีลักษณะเป็นการบ่อน ทำลายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจ กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งมิให้มีการให้ บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์นั้นเป็น เวลาไม่เกินหนึ่งปี
มาตรา 31 รัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ห้ามการนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์อันมีลักษณะ เป็นการบ่อนทำลาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชนหรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติ ในการประกาศ ดังกล่าวให้ระบุชื่อเรื่องและรายละเอียดอย่างอื่นเกี่ยวกับลักษณะของเทปหรือ วัสดุโทรทัศน์ดังกล่าวไว้ในประกาศตามสมควร
ชื่อเรื่องตามประกาศในวรรค หนึ่ง ถือเป็นเพียงส่วนประกอบของการ กำหนดลักษณะเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ดังกล่าวเท่านั้น และในกรณีที่มีการเปลี่ยน แปลงชื่อเรื่อง ไม่ว่าด้วยประการใดๆ ก็ให้ถือว่าเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ทั้งหมด หรือบางส่วนเป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ที่ได้ประกาศห้ามการนำหรือสั่งเข้ามา ในราชอาณาจักรหรือมีไว้ในครอบครองตามที่ได้ประกาศไว้
มาตรา 32 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นนิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของ นิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำของนิติบุคคลนั้น ได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็น หรือยินยอมด้วย
มาตรา 33 ผู้ประกอบกิจการจะต้องรับผิดชอบในการกระทำหรืองดเว้น การกระทำอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ แม้ว่าการกระทำนั้นจะเป็น การกระทำหรืองดเว้นการกระทำของตัวแทน ลูกจ้างหรือคนงานของตน เว้น แต่ผู้ประกอบกิจการดังกล่าวจะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำ หรืองดเว้นการกระทำ ของตัวแทนลูกจ้างหรือคนงานดังกล่าวเป็นการสุดวิสัยที่ตนจะล่วงรู้หรือควบคุม ได้โดยตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว
มาตรา 34 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 6 มาตรา 20 วรรคหนึ่งหรือ มาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้ง ปรับและในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตถูกเพิกถอนใบอนุญาตตาม มาตรา 27 หาก ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินการต่อไป หลังจากที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว ต้องระวางโทษปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา 35 ผู้ได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 6 ผู้ใด
(1) มีเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ซึ่งมิได้ผ่านการตรวจพิจารณาและให้ความ เห็นชอบโดยเจ้าพนักงานผู้ตรวจตาม มาตรา 11 หรือ มาตรา 14 หรือมิได้มี ผู้รับรองสำเนาตาม มาตรา 17 หรือ
(2) มีเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่มีการแก้ไขดัดแปลงหรือเพิ่มเติม ให้ผิดไป จากที่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาและการให้ความเห็นชอบ โดยเจ้าพนักงาน ผู้ตรวจ
ไว้ในสถานที่ประกอบกิจการของตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เพื่อ ประโยชน์ตาม (1) ให้ถือว่าบรรดาเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ซึ่งมีอยู่ใน สถานที่ใกล้เคียงกับสถานที่ประกอบกิจการของผู้ได้รับใบอนุญาต และมี พฤติการณ์ที่พิสูจน์ ให้เห็นว่าผู้ได้รับใบอนุญาตได้ใช้ หรือสามารถใช้เพื่อ ประโยชน์ในการประกอบกิจการของตน เป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ผู้ได้รับ ใบอนุญาตมีอยู่ในสถานที่ประกอบกิจการของตน
มาตรา 36 ผู้ได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 6 ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง ซึ่ง เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ซึ่งมิได้มีการแสดงตรา หมายเลขรหัสและรายละเอียด ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงตาม มาตรา 10 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหก เดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 37 ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ในใบ อนุญาตตาม มาตรา 8 วรรคสาม หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานผู้ ตรวจกำหนดตาม มาตรา 17 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับ ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 38 เจ้าของหรือผู้จัดการสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 20 วรรคสองหรือ มาตรา 21 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 39 ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่นายทะเบียนเจ้าพนัก งานผู้ตรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตาม มาตรา 24 ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 40 ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 22 ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 41 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 30 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 42 ผู้ใดประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายซึ่งเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 6 อยู่แล้วก่อนหรือในวันที่พระราช บัญญัตินี้ใช้บังคับ และเป็นผู้มีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งประสงค์จะ ประกอบกิจการดังกล่าวต่อไป ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อยื่นคำขอแล้วให้ ดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งว่าอนุญาตหรือไม่
มาตรา 43 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียน เจ้าพนักงานผู้ตรวจ และพนักงานเจ้าหน้าที่โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา กับออกกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่น เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
เพิ่มเติมค่ะ ส่วนนี้สำคัญ
หน้า ๑
เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๔๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐
อาศัยอำนาจตามความใน (๒) ของบทนิยามคำว่า “เทปหรือวัสดุโทรทัศน์” ของมาตรา ๔
และมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ อันเป็นกฎหมาย
ที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับ
มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๖) ของข้อ ๑ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐
“(๖) ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) ที่บันทึกหรือถ่ายทอดเกมการเล่นทุกชนิด”
ข้อ ๒ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙
พลอากาศเอก คงศักดิ์ วันทนา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หน้า ๒
เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันมีการให้บริการเกมคอมพิวเตอร์
ตามร้านให้บริการคอมพิวเตอร์อย่างแพร่หลาย ซึ่งเกมคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือขัดต่อ
ศีลธรรมอันดีของประชาชน อันส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนทั้งด้านสุขภาพและการเรียนจนเกิดเป็นปัญหา
ของครอบครัวและสังคม และโดยที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ยังมิได้กำหนดให้ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) เป็นเทปหรือ
วัสดุโทรทัศน์ที่เจ้าพนักงานผู้ตรวจสามารถตรวจพิจารณาและให้ความเห็นชอบได้ตามพระราชบัญญัติควบคุม
กิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ สมควรกำหนดให้ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) เป็นเทปหรือวัสดุโทรทัศน์
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
บทความ : กฏหมายร้านเกม กฏหมายร้านอินเตอร์เน็ต


