ปัญหาเด็กติดเกมไม่เพียงแต่เป็นปัยหาภายในครอบครัวเท่านั้น เพราะมันส่งผลต่อสังคมโดนรวมและ ยังส่งผลถึงผู้ประกอบการ ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านเกม อย่างพวกเราด้วยเช่นกัน
โดยการแก้ปัญหาทั้งทางหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรต่างๆ ที่ “อ้างว่า” ใส่ใจและมุ่งมั่นแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังไม่ประสบผลสำเร็จสักเท่าไรเพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มิได้แก้ที่ต้นเหตุ คือครอบครัว
และสุดท้ายก็มาโทษร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตว่ามีส่วนทำให้เด็กติดเกมทัี้งที่ร้านเกมและร้านอินเตอร์เน็ต เหล่านั้นเป็นแค่ฟันเฟืองตัวเล็ก ๆ ของกระบวนการนี้เท่านั้น ยังมีอีกหลายส่วนที่ควรรับผิดชอบเช่น
บริษัทนำเข้าเกมมาให้บริการ แต่บริษัทพวกนี้ไม่เคยโดนใครด่าใครว่า เพราะอะไรนะหรือ ? เพราะเงินเค้าหนา เงินเค้าใหญ่จนปิดตาปิดปากบรรดาผู้มีอำนาจ ที่ “อ้างว่า” ใส่ใจและมุ่งมั่นแก้ปัญหานี้ เกี่ยวกับต้นเหตุเคยเขียนไว้แล้วที่นี่ ภัยเด็กติดเกมออนไลน์ ใครเป็นผู้ก่อ ร้านเกม หรือบริษัทเกม
หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ ที่บอกว่าจะแก้ปัญหาพวกนี้ จะควบคุมไม่ให้เด็กเล่นเกม เกินสามชั่วโมง โดยการบังคับร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตเป็นผู้ควบคุม มีการตั้งการจับ การปรับ สั่งปิดร้านจน โอเวอร์เกินควร ทั้งที่ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ต ไม่ได้เป็นผู้เริ่มก่อปัญหา ดังที่ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ เคยถามรัฐมนตรีของกระทรวงที่รับผิดชอบเรื่องนี้ต่อหน้าสื่อว่า ถ้าเด็กกลับไปเล่นต่อที่บ้าน หรือหนีไปเล่นร้านอื่นจะทำยังไง ซึ่งคณะทำงานที่ ที่ “อ้างว่า” ใส่ใจและมุ่งมั่นแก้ปัญหานี้ ถึงกับอึ้งกิมกี่ ตอบไม่ได้ไปตามๆ กัน
และสุดท้ายต้นเหตุของปัญหานี้ ที่ไม่เคยหันมองตัวเองและออกมายอมรับเลยคือ ครอบครัว ครับหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคมไทยนี่ล่ะ ไม่เคยใส่ใจลูกหลาน อ้างว่าทำมาหากิน ไม่มีเวลาดูแล แต่เวลาเกิดปัญหาแล้วกลับมา โทษว่าเป็นเพราะคนนู้นคนนี้ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยเขียนไว้แล้ว สังคมเสื่อมเพราะเกมจริงหรือ ? คำถามที่พ่อแม่ต้องตอบ
สุดท้ายผมีบทความดี ๆ ฝากเอาไว้ให้ พ่อแม่ทั้งหลายที่มัวโทษคนอื่นว่าคนนู้นทำลูกตัวเอง คนนี้ทำลูกตัวเองให้ติดเกม ทั้งที่ความจริง มีพ่อแม่บางคนจูงลูกมาทิ้งไว้ที่ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตโดยอ้างว่า ต้องไปทำงาน หาเงิน..
ขอขอบคุณบทความข้างล่างจาก sanook.com
บำบัดเด็กติดเกม ด้วยยาชุดครอบครัว
หลังจากที่ท่านผู้อ่านได้เคยติดตามบทความก่อนหน้านี้ “เรื่องต้นตอของปัญหาเด็กติดเกม” ไปบ้างแล้ว แต่ยังเป็นการแสดงถึงปัญหาให้ได้รับฟังเท่านั้น ยังไม่มีวิธิปฏิบัติ ช่วยเหลือ หรือวิธีรับมือเมื่อบุตรหลานของท่านติดเกมอย่างเป็นรูปธรรม วันนี้จึงอยากจะขอเสนอ 10 ข้อปฏิบัติในการดูและช่วยเหลือเด็กติดเกม มาให้สมาชิก หรือ แฟนคลับชมรม รวมไปถึงท่านผู้ปกครองที่พร้อม ที่จะดึงบุตรหลานของท่านกลับมาจากวังวนแห่งตกเป็นทาสเกมแบบลืมหูลืมตามไม่ขึ้น ดังจะปรากฏในบทความต่อไปนี้
ปัญหาเด็กติดเกมยังคงเป็นเรื่องเก่าที่ต้องแก้ไขกันต่อไป น.พ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ มีคำแนะนำแก่พ่อแม่ที่ต้องการแก้ไขปัญหาลูกติดเกม ในงานเสวนาจัดโดยอุทยานการเรียนรู้ (ทีเค ปาร์ค) ที่ศูนย์การเรียนรู้อเนกประสงค์ น.พ.บัณฑิตกล่าวว่า เด็กในยุคนี้มองว่าเกมให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินเพราะเนรมิตโลกจินตนาการใบใหญ่ วันนี้เขาเป็นอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนาและเริ่มเล่นเกมใหม่ได้เมื่อแพ้ ซึ่งในสังคมแห่งความเป็นจริงทำไม่ได้ สิ่งสำคัญกว่านั้นคือเกมเป็นเสมือนเครื่องมือในการแสวงหาความภาคภูมิใจในตนเอง เมื่อชนะเขาจะรู้สึกประสบความสำเร็จ ได้รับรางวัลจากเกม ได้รับการยอมรับและได้รับการยกย่องจากกลุ่มเพื่อนทั้งเพื่อนจริงและเพื่อนในโลกไซเบอร์ แต่ความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะภารกิจในเกมนั้นก็มีข้อเสียที่อาจเรียกได้ว่าเป็นความมุ่งมั่น “จอมปลอม” ไม่ได้เป็นการต่อสู้กับความยากลำบากที่แท้จริง
ขณะเดียวกันการเล่นเกมหรือการใช้อินเตอร์เน็ตนานๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพกาย แสบตา ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย โทษต่อสุขภาพจิต เช่น เกิดความขัดแย้งในจิตใจภายในหรือขัดแย้งกับผู้คนรอบข้างได้ เพราะเคยชินกับการได้ดังใจ นอกจากนี้อาจรุนแรงถึงโทษต่อการผลิตผลงานของชีวิต เช่น สอบตก เสียการเรียน เสียความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว หรืออาจถึงขั้นเสียผู้เสียคนจากการมีพฤติกรรมอันธพาล ขโมยเงิน มั่วสุมเล่นการพนัน ใช้ยาเสพติด หรือมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น
ในช่วงท้าย คุณหมอแนะนำ 10 ปฏิบัติในการดูแลช่วยเหลือเด็กติดเกม ได้แก่
- สร้างวินัยและความรับผิดชอบตั้งแต่ยังเล็ก
- ลดโอกาสการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต พ่อแม่ควรเอาคอมพิวเตอร์มาวางไว้กลางบ้านแทนที่จะเป็นห้องส่วนตัวของลูก เพื่อใครผ่านไปมาก็เห็นจะได้ดูแลและระวังได้
- ใช้มาตรการทางการเงิน พยายามให้ลูกบริหารจัดการเงินรายรับ-รายจ่ายของตนให้ได้
- ในครอบครัวควรฟังและพูดด้วยดีต่อกัน หลีกเลี่ยงการดุด่าว่ากล่าว เพราะจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกันกับเด็ก
- ชื่นชมให้กำลังใจ มองหาข้อดีในตัวลูกแทนการหาข้อตำหนิ แม้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ควรชื่นชม
- ร่วมกำหนดกติกาอย่างเป็นรูปธรรม ตอนลูกเด็กๆ เราสั่งเขาได้ แต่เมื่อเขาโตมาพ่อแม่ต้องเปลี่ยนวีธี จากการสั่งเป็นการเจรจา หาจุดกึ่งกลางที่จะเจอกัน
- มีทางออกที่สร้างสรรค์ให้เด็ก จิตวิทยามนุษย์ชอบให้มีคนยอมรับ ชอบความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งเกมทำให้เขารู้สึกเช่นนั้นได้ ดังนั้น ครอบครัวต้องดึงเขามาสู่กิจกรรมใหม่ๆ เช่น กีฬา ดนตรี
- สร้างรอยยิ้มเล็กๆ ในครอบครัว จัดการบรรยากาศโดยรวมของบ้านให้มีปฏิสัมพันธ์กัน ยิ้มต่อกันชมลูกเมื่อลูกทำดี
- การควบคุมอารมณ์และการสร้างความสุขเล็กๆ ในใจของพ่อแม่เองควรมองตัวเองในแง่ดี รวมทั้งมองมิติอื่นที่ประสบความสำเร็จในชีวิตบ้าง ไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน
- สุดท้ายเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเรา…ทันที
ที่สุดแล้วคุณหมอได้เน้นย้ำว่า สถาบันครอบครัวคือเกราะป้องกันอันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการดูแลเอาใจใส่และแนะนำในสิ่งที่ถูกที่ควรให้แก่เด็กๆ พร้อมทั้งเป็นสถานที่รักษาและบำบัดเด็กติดเกมที่ดีที่สุดอย่างหาที่เปรียบมิได้เพราะพรั่งพร้อมไปด้วยยาวิเศษขนานต่างๆ..
ด้วยรัก ชมรมผู้ประกอบการร้านอินเตอร์เน็ตและเกมจังหวัดสมุทรปราการ


