ทำไมต้องชื่อว่า “แหลมฟ้าผ่า” ?

Posted by คุณพ่อ"น้องวิว" on 04 พ.ย. 09 - 8 Comments
สะพานป้อมพระจุลยามเย็น

สะพานป้อมพระจุลยามเย็น

ควันหลงงานลอยกระทงเพิ่งจะหมดไปหมาด ๆ ไม่รู้ว่าเพื่อนสมาชิกได้แอบไปเก็บกระทงกับบ้างหรือเปล่าครับ 5555 ส่วนผมนะเหรอ นอนหลับสบายดีกว่าครับ อากาศเย็นสบาย…. Z…z..

สภาพอากาศวันนี้ยังมีสายฝนโปรยปรายเบาบาง เพื่อให้ได้รับรู้ถึงความรู้สึกถึงคำที่ว่า “ปลายฝน ต้นหนาว” อยู่บ้าง…  มันช่างดั่งเป็นปลายฝนที่เบาบาง ซึ่งมาพร้อมกับความรู้สึกเย็นแบบเบา ๆ ชุ่มชื้น… ความกดอากาศประเทศจีนกำลังพัดผ่าน ตามฤดูกาลที่เปลี่ยนไป อากาศแบบนี้เหมาะที่สุดสำหรับการอยู่กับ “คนที่รู้ใจ”  ลมหนาวที่มาปะทะผิวกาย ผสมรวมกับไออุ่นของคนที่รู้ใจ เคล้าคลอด้วยเพลงเบา ๆ นอนมองดวงดาวบนฟากฟ้า โอ้ว…..! มันช่างโรแมนติกดีแท้ นอนหนุนแขน พร้อมกลิ่นน้ำหอมเบา ๆ จากอ้อมอกของคนรู้ใจ ไม่มีสิ่งใดจะมีความสุขเท่า …….เปรี้ยง ! ….ดังเสียงฟ้าผ่า แม่นละครับ..ศรีภรรยาสุดที่รัก ได้ทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ (มันดังขนาดนั้นเชียวเหรอ ? 55555  อุ๊เหม่..- -” เมื่อกี้ฝันไปนี่เอง แหมฝันดี ๆ ทั้งที น่าจะฝันได้นาน ๆ กว่านี้ซะหน่อย ฟ้าดันมาผ่า ตื่นซะได้นี่

สมุทรปราการขึ้นชื่ออยู่แล้วครับ เรื่องฟ้าผ่า ฟ้าคะนอง จนมีชื่อ ตำบล ๆ นึงตั้งชื่อว่า “ตำบลแหลมฟ้าผ่า” ….    พอดี (พอดีอีกและ 555) ผมไปเจอบทความดี ๆ  บทความนึงจึงอยากเอามาเผยแพร่สมาชิกชมรมเราเผื่อเวลา นักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้วถามเรา จะได้ตอบได้บ้างว่า ทำไมตำบลนี้ถึงได้ชื่อว่า “แหลมฟ้าผ่า”  เคยมีคนสงสัยว่า “ทำไม? ตำบลแหลมฟ้าผ่า จึงต้องชื่อว่าตำบลแหลมฟ้าผ่า  (อืม…เนอะ น่าคิด)
คำถามนี้ แม้บุคคลทั่วไปจะเห็นว่า มันช่างเป็นคำถามที่ดูแล้วไม่มีความสลักสำคัญอะไร แต่สำหรับผู้เขียนแล้วคำถามนี้มันไปสะกิดต่อมความอยากรู้ อยากเห็นอย่างแรงจนอดไม่ได้ที่จะต้องค้นคว้าหาคำตอบ เพราะถ้าหากสามารถตอบคำถามนี้ได้ก็เท่ากับ ได้บันทึกประวัติศาสตร์ที่สำคัญของตำบลแหลมฟ้าผ่าไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ใช้อ้างอิง  เรียนรู้ประวัติของชุมชน ซึ่งผู้เขียนถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและยิ่งใหญ่จริงๆ
ทำไม? ต้องชื่อตำบลแหลมฟ้าผ่า จากการสืบค้นและพูดคุยกับผู้อาวุโสในชุมชน ทั้งที่ยังคงอาศัยอยู่ในตำบลแหลมฟ้าผ่า และผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในตำบลแหลมฟ้าผ่า

ทำให้พบความกระจ่างว่าการที่ตำบลนี้ได้ชื่อว่า “ตำบลแหลมฟ้าผ่า”นั้นก็เพราะเหตุที่ว่าเวลาฝนตกจะมีฟ้าผ่าลงมาอย่างหนัก แม้แต่ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้น อันถือเป็นประจักษ์พยานทางธรรมชาติที่ยืนยันข้อสันนิษฐานข้างต้นได้เป็นอย่างดี  และสอดคล้องกับการตั้งชื่อหมู่บ้าน ตำบลของไทยในหลายพื้นที่ พื้นที่ไหนมีอะไรมากๆ ก็จะต้องตั้งชื่อตามสิ่งนั้นโดยใช้คำว่า “บาง” หรือ “บ้าน” มานำหน้า แม้ในภายหลังจะไม่มีสิ่งนั้นในชุมชนแล้วแต่ก็ยังใช้ชื่อเดิมเพื่อการรำลึกอดีต เช่น บางกอบัว  ที่แต่ก่อนคงจะมีบัวขึ้นมากในพื้นที่  หรือบางจาก ก็คงจะมีต้นจากขึ้นมากเช่นเดียวกัน ดังนั้นตำบลแหลมฟ้าผ่า จึงได้ชื่อตามปรากฏการณ์ฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นบ่อยๆ นั่นเอง

มีผู้อาวุโสหลายๆ ท่าน ได้ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่าการที่มีฟ้าผ่าลงมาบ่อยๆ นั้นอาจจะเป็นเพราะใต้พื้นดินในบริเวณนี้มีแร่ธาตุ แต่จากการสันนิษฐานของผู้เขียนในเบื้องต้นพบว่า ต้นเหตุของฟ้าผ่าอาจจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะพื้นที่ของตำบลแหลมฟ้าผ่าเป็นพื้นที่ ที่งอกขึ้นมาจากการทับถมของตะกอนปากแม่น้ำเจ้าพระยามีอายุไม่มากนัก จึงไม่น่าจะมีแร่ธาตุมาสะสมจนทำให้เกิดฟ้าผ่าอย่างหนักได้
แต่หลังจากที่ผู้เขียนได้ดูภาพถ่ายทางอากาศ บริเวณตำบลแหลมฟ้าผ่าจึงถืงบางอ้อ (ไม่ทราบว่าบางนี้มีต้นอ้อมากด้วยหรือเปล่า?) และพอจะสรุปได้ว่าการที่เกิดฟ้าผ่าอย่างหนักในพื้นที่นั้นน่าจะเกิดจาก สภาพทางภูมิศาสตร์ที่ตำบลแหลมฟ้าผ่าเป็นแหลมที่ยื่นออกไปในอ่าวไทย จึงเป็นพื้นดินแรกที่เมฆฝนที่เคลื่อนจากอ่าวไทยเข้าสู่แผ่นดินจะเคลื่อนที่ผ่าน  การที่เมฆที่ผ่านพื้นน้ำขึ้นสู่พื้นดินอย่างรวดเร็วย่อมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ส่งผลต่อประจุไฟฟ้าทำให้เกิดฟ้าผ่าลงมาอย่างหนัก  และถ้าสังเกตดูจะพบว่าหากฝนตั้งเค้ามาทางทะเล เมื่อเกิดฝนตกจะเกิดฟ้าผ่าอย่างหนัก แต่ถ้าฝนตั้งเค้ามาทางพื้นดินปรากฏการณ์ฟ้าผ่าก็จะน้อยลงหรือเกือบไม่เกิดขึ้นเลย

นอกจากการสืบค้นจะทำให้ผู้เขียนได้รับรู้ข้อมูลของที่มาแห่งชื่อตำบลแหลมฟ้าผ่าแล้ว  ผู้เขียนยังพบว่าตำบลแหลมฟ้าผ่าแห่งนี้คงจะเป็นชุมชนโบราณ ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว เพราะพื้นที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นที่ตั้งของป้อมปืนมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ยังไม่พบชื่อของตำบลแหลมฟ้าผ่า ที่เป็นลายลักษณ์อักษรในสมัยนั้น  โดยชื่อของตำบลแหลมฟ้าผ่า  ได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นครั้งแรกในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

ในอดีตพื้นที่ตำบลแหลมฟ้าผ่า ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศไทย โดยตั้งอยู่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเป็นที่ตั้งของป้อมปราการที่มีประวัติศาสตร์การสู้รบเพื่อป้องกันประเทศจากลัทธิการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก  โดยในปี 2427  สถานการณ์ระหว่างไทยกับประเทศมหาอำนาจตะวันตกมีความตึงเครียด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระบรมราชโองการให้ปรับปรุงและซ่อมแซมป้อมปราการที่ตำบลแหลมฟ้าผ่าให้มีความทันสมัย  โดยการจัดซื้อปืนหลุมหรือปืนเสือหมอบ ( DISAPPEARING  GUN ) ขนาด 152 มิลลิเมตร จากประเทศอังกฤษ ซึ่งนับเป็นปืนใหญ่ที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้นเข้าประจำการ  ดังปรากฏในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๐ ร.ศ.๑๑๒ ได้บันทึกการเสด็จฯ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทอดพระเนตรการก่อสร้างป้อมพระจุลจอมเกล้าด้วยพระองค์เองที่ว่า “วันที่ ๑๐ เมษายน เวลาเช้าเสด็จพระราชดำเนินขึ้นทอดพระเนตรแหลมฟ้าผ่า แล้วเสด็จกลับเลื่อนเรือพระที่นั่งมาทอดประทับที่หน้าป้อมผีเสื้อสมุทรอีกราตรีหนึ่ง”

นอกจากนั้นได้ค้นพบพระราชหัตถเลขา ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าที่ทรงมีถึงเสนาบดีบนเรือพระที่นั่งมหาจักรี เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๖ (ร.ศ.๑๑๒) ว่า “ถึงเสนาบดีในที่ประชุม ด้วยเวลาเช้าวันนี้ ฉันได้ขึ้นไปดูป้อมตำบลแหลมฟ้าผ่า และได้ทดลองยิ่งปืนกับทั้งตรวจภูมิฐาน เห็นเป็นที่มั่นคงยิ่งนัก” เหล่าเสนาบดีในขณะนั้นจึงได้ลงความเห็นให้ป้อมที่ตำบลแหลมฟ้าผ่า มีชื่อว่า “ ป้อมพระจุลจอมเกล้า”
ยังมีสิ่งที่น่าค้นหามากมายในจังหวัดสมุทรปราการของเราครับ เอาไว้ว่าง ๆ จะแวะเอาความรู้มาแบ่งปันกันเรื่อย ๆ ครับ เพราะทุกคนคือ “คนบ้านเดียวกัน” ^^
ขอขอบคุณที่มาข้อมูล : laemfhapa.org , laemfhapha.go.th

8 comments for “ทำไมต้องชื่อว่า “แหลมฟ้าผ่า” ?”

1
eagle

ขอบคุณครับ
สงสัยมานานเหมือนกัน เพิ่งถึงบางอ๋อวันนี้เอง555555555555+

พฤศจิกายน 4th, 2009 at 6:32 pm
2
คนแหลมฟ้าผ่า

ขอเพิ่มเติมหน่อย คือตาทวดผมเป็นคนดั่งเดิมในถิ่นนี้
แต่ก่อนนั้น ตำบลแหลมฟ้าผ่าเป็นคนจีนที่ทำมาค้าขายกันส่วนมาก และครอบครัวของผมก็ทำอาชีพเรือประมง ในสมัยนั้น บ้านผมมีเรือประมาณ 50-60 ลำ ซึ่งตาทวดและพื่นองนั้นได้เข้ามาตั้งถิ่นอาศัยอยู่ในยุคแรกๆ เชื่อกันว่าน่าจะประมาณรัชกาลที่ 1 โดยมาจากเมืองจีนส่วนใหญ่คนในตำบลแหลมฟ้าผ่าก็จะเป็นคนจีน โดยมีกลุ่มคนที่มาจากจีนด้วยกันแยกไปอยู่ในบริเวณปากแม่น้ำแถวบางปู บางพลี และบางบ่อและแหลมฟ้าผ่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมาจากเมืองจีนทั้งนั้น จากการอ้างอิงโดยยายผมสมัยก่อนนั้นมีป้อมปืนเล็กๆอยู่ปากแม่น้ำ แต่ป้อมปืมที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่5 ซึ่งครอบครัวผมก็ถูกเวนคืรที่ดินไปหลาย 100 ไร่ คือป้อมพระจุลจอมเกล้าในปัจจุบันนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันคนที่รู้เรื่องพวกนี้มีไม่กี่คนแล้ว จะมีก็ยายผมนั่นแหล่ะที่ยังมีชีวิตอยู่โปรดอย่าถามหน่วยงานราชการในพื้นที่เลยเพราะมั่วมากๆ แต่ได้เป็นเรื่องเป็นราวไม่รู้จริง

พฤศจิกายน 16th, 2009 at 10:42 am
3
admin

ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมครับ

พฤศจิกายน 16th, 2009 at 12:22 pm
4
คุณพ่อน้องวิว

ในสมัยนั้นหลวงท่านคงขอที่ดิน เพื่อเป็นที่ตั้งในการต่อสู้ทางปากอ่าว เพราะทำเลได้เปรียบในการต่อสู้กับพวกที่มารุกรานทางทะเล พื้นที่ของชาวบ้านเลยจำเป็นจะต้องถอยลึกเข้าไปด้านใน ข้อมูลยังมีอยู่ในทางกองทัพเรือครับ ว่าได้มาจากการบริจาคของชาวบ้าน คอนเฟิร์มครับ ราชการยังไม่ลืม อย่าเพิ่งน้อยใจครับ ^^

พฤศจิกายน 19th, 2009 at 10:01 pm
5
คนปากคลองใหม่

ไม่จิงหลอก คในหน่วยงานราชการก็รู้ เพราะทำงานที่ ทต.แหลมฟ้าผ่า
ก็คนในพื้นที่

มีนาคม 16th, 2010 at 12:07 am
6

เพิ่งย้ายมาอยู่2ปีฟ้าผ่าดังดีจริงๆ

กุมภาพันธ์ 6th, 2011 at 3:14 am
7
topfee

บ้านผมก็อยู่ในซอยวัดแหลมครับ อยู่มาหลายอายุคนแล้ว ตั้งแต่พ่อของทวด

ทวดผม ตายาย และรุ่นแม่ของผม ส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายจีนครับ รับรองได้100%มาจากแผ่นดินใหญ่ทั้งนั้น ผมเองก็เชื้อสายจีน

กันยายน 12th, 2011 at 10:12 am
8
จาก หลานปูตุ๊ แหลมฟ้าผ่า หรือเจ้าพ่อถนน7

ส่วนประวัติก็มีเยอะครับคุณตาผมนี้อยู่แต่แต่เกิดจนจะ70แล้วครับเรยรู้ประวัติเยอะ ลองไปถามแกดู

กันยายน 12th, 2011 at 10:15 am

Laeave a Reply