“ชีวิต ความทรงจำ รอยยิ้มที่ประทับใจ”

Archived in the category: สรรสาระ
Posted by คุณพ่อ"น้องวิว" on 22 ม.ค. 10 - 1 Comment

ตลอดระยะเวลาที่ได้ก่อตั้งชมรม ฯ นอกจากจะมีผู้ปกครองแวะเวียนเข้ามาอ่านบทความของชมรมเราแล้ว ผมคาดหวังว่าน่าจะมีบรรดาเยาวชนที่ได้มีโอกาสได้ “หลง” เข้ามาอ่านบทความของผมบ้าง 5555 ที่ผมใช้คำว่า “หลง” ไม่ต้องแปลกใจน่ะครับ เพราะว่าเยาวชนคงไม่เจตนาเข้ามาชมโดยตรง ^^

จึงอยากจะเล่าชีวิตในวัยเด็กของผม เพื่อที่จะเป็นการเชื่อมความรู้สึกของเด็กสมัยก่อนกับเด็กสมัยนี้ ว่ามีความเหมือนและแตกต่างกันตรงไหน และก่อนที่ผมจะเล่าให้ฟัง ผมขอออกตัวเอาไว้ก่อนว่า “ไม่มีสิ่งใดถูกต้องที่สุด ไม่มีสิ่งใดเหมาะสมที่สุด และไม่มีสิ่งใดผิดจนเกินที่จะให้อภัย ไม่มีสิ่งใดที่สายสำหรับคำว่ากลับตัว” …….

สำหรับตัวผมแล้วมีชีวิตที่เกิดมาในครอบครัว ของข้าราชการที่เรียกได้ว่ามีชีวิตแบบ 50:50 คือ ขัดสนบ้าง รวยบ้างเป็นบางครั้ง 5555 จะรวยก็ตอนที่พ่อของผมกู้เงินนี่แหละ 555 จำความได้ก็ เรียนอยู่ รร.แสงศึกษา อยู่ด้านหลังกรมอู่ทหารเรือกรุงเทพ ในปัจจุบันก็คือแถว ๆ สวนนันทอุทยานสวนอนันต์ ได้เงินไปกินที่ รร. วันละ 3 บาท หรูมากในสมัยนั้น แต่ห่อข้าวไปกิน รร.น่ะ ^^ ไปเรียนอยู่ที่นั้นจนถึง ป.1 อายุประมาณ 6 ขวบได้มั๊ง – -? เป็นเด็กน่ารัก นิสัยดี ^^ (ชมตัวเองซะหน่อย 555) ไปรถของทางราชการ ขส.ทร. กลับก็รถราชการ อีกนั้น
แหละคุณรู้อะไรอย่างนึงมั๊ย? เราจะจำอะไรในสมัยนั้นได้ไม่มาก จำได้เป็นเหตุการณ์ ๆ ไป ที่สำคัญ หรือที่มีผลกับสภาพจิตใจเป็นส่วนใหญ่ หรืออะไรที่ทำเป็นประจำ ๆ ทุก ๆ วัน แปลกมั๊ยครับ เช่น ตอนเดินไปขึ้นรถ ขส.ทร. ต้องแวะซื้อหัวไก่ทอด วันละ 2 หัวเดินกินไประหว่างทางเดินไปขึ้นรถ หรือ เคยเอาดินสอไปเขียนกำแพงในห้องน้ำที่ รร.เคยวาง หมุด (เรือใบ) ที่เก้าอี้เพื่อนเพื่อแกล้ง (ไม่รู้ตอนนั้นคิดอะไรอยู่น่ะ – -, ) หรือเคยอุจจาระราดกางเกง 1 ครั้ง 55555 ตอนนั้นไม่อายน่ะ แต่พอนึกถึงทีไรขายหน้าทุกที ^^

หลังจากนั้น ป.2 ได้ย้าย รร.เข้ามาเรียนใกล้บ้านหน่อย ที่ รร.อาษาวิทยา พระประแดง ตอนนั้นเหรอ มีความรักด้วย ไปแอบชอบเพื่อนข้างห้อง ชอบอยู่ตั้งแต่ อยู่ ป.2 จนถึง ป.4 ก็เค้าน่ารักอะน่ะ จำเพื่อน ๆ ได้บ้างไม่ได้บ้าง อายุ 9 ขวบได้มั๊งได้เงินไป รร.วันล่ะ 12 บาท ตอนอยู่ ป.4 เริ่มมีความจำที่ดีขึ้น จำชื่อเพื่อน ๆ ที่สนิท ๆ ได้ จำเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น ลองผิดลองถูก ตามนิสัยเด็ก ๆ แต่ไม่เคยโดดเรียน (เพราะมันคงเหนื่อยน่าดู โดดไปเรียนไป 555) แต่ทะเลาะกับเพื่อนมีบ้าง
ทะเลาะกับเด็ก รร.อื่นมีบ้าง (เด็ก ๆ ทะเลาะกันน่ะครับวิ่งต่อยวิ่งเตะก็แค่นั้น หนักหน่อยก็เอากระเป๋าฟาดหัว) และเริ่มที่จะหาสิ่งที่เรียกว่าจุดเด่นให้กับตัวเองมากขึ้น เช่นเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล , นักปิงปอง ของ รร. เข้าร่วมการเต้นลีลาศ ในงาน รร. และก็หา “แฟน” จนมาถึงตอน ป.6 …. ขอบอกครับ !! หาแฟนไม่ได้เพราะว่าตัวเองเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าจีบ (จีบไม่เป็นต่างหาก 5555) มีแอบไปเล่นเกมตู้ในตลาดพระประแดงบ้าง(ไม่บ้างอ่ะไปบ่อยตอนเลิกเรียน) ไปจับเบอร์ของเล่น ประเภทฉลากหลอกเด็ก(หลอกเด็กได้จริง ๆ ผมยังโดนมาแล้วตอนเป็นเด็ก) แอบขึ้นรถเมล์ ไม่ยอมจ่ายเงินค่ารถเมลล์ (- -” รับผิดครับ ไม่ดี ๆ) มีไปกินลูกชิ้นตรงสะพานข้างไปวัดกลางอีก มีเงินไม่พอจ่ายยังไปขอเครดิตเค้าอีก คือกินไป จ่ายพรุ่งนี้ มีงี้อีกอ่ะผม 5555 เป็นหนี้ตั้งแต่เด็กเลย อายุตอนนั้นก็คงประมาณ 12 ขวบเห็นจะได้

ที่สำคัญยังไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ได้สัมผัสเลย จะดีที่สุดก็คือ “วีดีโอเกม” หลังจากจบ ป.6 ผมได้ย้าย รร.มาอยู่ที่ รร.ป้อมนาคราชฯ และอยู่เป็นเด็กโข่ง ตั้งแต่ ม.1 ยัน ม.6 เลย ชีวิตช่วงนั้นไม่ต้องบอก “มันมาก” มันกว่าช่วงประถมซะอีก มีทั้ง สุข ทั้ง ทุกข์ โดดเรียน( 2 หนและเป็นการโดดกลับบ้านมาหาแม่ 1 ครั้ง อีกครั้งโดดอยู่ที่ รร.นั้นแหละ 5555บ้ามั๊ยครับ) แกล้งอาจารย์ แกล้งเพื่อน (เบา ๆ พอขำ ๆ ^^) มีคนมาจีบ หรือจะเป็นไปจีบเค้า และยังมีไปจีบเค้าแต่เค้าฟ้องแฟนเค้า แฟนเค้าเอาพวกมาเตะซะ

แต่ก็ไม่มีอะไรมากมายประเภทจบในตอน ไม่มีตอนต่อไป แฟร์ ๆ คุยกันรู้เรื่อง เด็กใครเป็นเด็กใคร 5555 และการใช้ชีวิต ม.1 – ม.3 ยังคงเป็นชีวิตที่หาจุดเด่นให้กับตัวเองเช่นเคย เล่นกีฬา เล่นดนตรี เล่นเกม (อันนี้เริ่มมี เครื่องแฟมิคอมแล้ว) แต่ยังคงสนใจในการเรียนเพราะผมดันไปเข้าห้อง 1 ซะนี่ เลยจำเป็นต้องสนใจเรื่องเรียนมากหน่อย เรื่องอื่นหลังเลิกเรียน 555 มีแอบกินไส้กรอกหลัง รร. แต่ที่แปลกก็คือ ผมไม่เคยนึกสูบบุหรี่ ทั้ง ๆ ที่ พ่อผมก็สูบ เพื่อน ๆ ที่ รร.ก็ชอบแอบสูบในห้องน้ำ หรือหลังช็อบงาน ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน(แต่ปัจจุบัน มีบ้างเป็นกระษัย 555) ส่วนเหล้าแอบกินบ้างแต่ไมบ่อย กลัวพ่อจับได้ เพราะพ่อก็กิน 5555 …

ส่วนเรื่องแฟน (คนแรก)จีบกันตั้งแต่ผมอยู่ ม.3 จนผมจบ ม.6 ปัจจุบัน เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันครับ 5555 เค้าบอกผมดีเกินไป ,- -, 555 แต่ในช่วงเวลานั้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็น “ป๊อบปี้เลิฟ” โลกเป็นสีชมพูตลอดเวลา แต่เชื่อมั๊ยครับ!! อย่างเก่งที่สุดผมได้แค่จับมือเค้าก็แค่นั้น (แต่ตอนเป็นเพื่อนกันแล้วได้กอดด้วยอ่ะ 55555 งงจริง ๆ กอดแบบเพื่อนครับไม่ได้คิดอะไร อิ..อิ..) ช่วยกันเรียน เค้าอ่อนกว่าผม 2 ปี แต่เชื่อมั๊ยแฟนผมมีคนจีบในเวลาเดียวกันด้วย 5555 งงล่ะซิ เพื่อนรุ่นพี่ผมปีนึงที่มาแอบจีบ ไม่ซิ แข่งกันจีบ รุ่นพี่จีบช่วงเช้าถึงเที่ยง ของผมช่วงบ่ายถึงเย็น เป็นงัยแฟร์ ๆ มาก ใครดีใครได้ เหอะ ๆ ๆ แต่สมัยนี้คงใครมือไวใครได้ 55555 ยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องครับ

แต่ที่ผมจะบอกนั้นก็คือ ยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว รุ่นผมคงจะเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้รับอิทธิพลของการเลี้ยงดูแบบเก่า ๆ จึงยังทำให้อยู่ในกรอบ ในระเบียบ ซึ่งจะแสดงความรู้สึกเป็นตัวเองบ้าง เมื่ออยู่ที่ รร. แต่เมื่ออยู่ที่บ้านต้องกลับไปเป็นแบบเดิม แต่ผมคงโชคดีอยู่อย่างนึงครับ เพราะว่าถึงผมจะขาดอะไรไปบ้าง แต่มีอยู่อย่างนึงที่ผมไม่เคยขาดเลยคือ “ความอบอุ่นในครอบครัว” ที่พ่อกับแม่และน้องของผมเห็นผมเป็นลูกชายและพี่ชายที่รักเค้าและเค้ารักเสมอ…จึงทำให้ผมแบกรับความหวังดีของพวกเค้าเอาไว้ทำให้มีอำนาจต่อรอง กับการเดินทางในชีวิตที่ได้ผ่านเข้ามาสู่ชีวิตผม จึงเห็นว่า ทางใดบ้าง ดี และ ไม่ดี ถูกและผิด เหมาะสม และไม่เหมาะสม ผมจึงเดินทางผ่านห้วงเวลานั้นมาได้
อย่างปลอดภัย ท่านคอยที่จะเป็นที่ปรึกษา คอยถามไถ่ความรู้สึก เรื่องเรียนบ้าง เรื่องเพื่อนบ้าง เรื่องแฟนบ้าง 555 อันนี้ขาดไม่ได้

ถึงแม้ว่าผมจะมีตราบาปบางอย่างบ้าง(บอกไม่ได้มันบาป 555)แต่ มันไม่เพียงพอที่จะทำให้ผมเป็นคนที่สังคมไม่ต้องการ “ไม่มีความทรงจำใดที่เราจำได้ดีเท่ากับความทรงจำที่ดีที่สุด และเลวที่สุด มันอยู่คุณจะเลือกจำความทรงจำแบบไหนมากกว่ากัน” แต่ผมเลือก…ที่จะทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้….

One comment for ““ชีวิต ความทรงจำ รอยยิ้มที่ประทับใจ””

1
ชลลดา สมนาศักดิ์

ดีใจที่ได้เห็นศิษย์เก่าแสงศึกษาเพราะเราก็เป็นศิษย์เก่าแสงศึกษาเหมือนกันอยากจะหาคนที่เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนี้เยอะ ๆ มีรูปโรงเรียนด้วยนะซึ่งตอนนี้โรงเรียนของเราไม่มีเหลือแล้ว ยังคิดผอ.นิตย์ แสงอุทัย อยู่เลย

ธันวาคม 9th, 2011 at 9:38 pm

Laeave a Reply