กทม.เพิ่มอำนาจ”เทศกิจ”เฉียบขาด ควบคุม”เด็กมั่วสุม” ตรวจสถานประกอบการ-หอพัก-ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตได้

กทม.ผุด เครือข่าย”เทศกิจพิทักษ์นักเรียน” ติดอาวุธให้อำนาจควบคุมป้องกัน เด็กมั่วสุม-ติดยา-ติดเกม-วิวาท ตรวจสถานประกอบการ ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านขายเหล้า หอพัก พบฝ่าฝืนสามารถคุมตัวเด็กส่ง ร.ร.ลงโทษ “สพฐ.”เผย นร.หญิงก่อเหตุมากขึ้น เสนอแก้ปัญหาระยะยาว

นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงภายหลังประชุมคณะผู้บริหาร กทม.เมื่อวันที่ 23 กันยายนว่า หลังจากที่มีกระแสเด็กและเยาวชนมั่วสุม ติดยาเสพติด ติดเกม ก่อเหตุทะเลาะวิวาทเพิ่มมากขึ้น ล่าสุดคณะผู้บริหาร กทม.อนุมัติให้ดำเนินโครงการ “เทศกิจพิทักษ์นักเรียน” เพื่อสร้างเครือข่ายดูแล ป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวกับนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.เบื้องต้นจะใช้งบประมาณ 3 ล้านบาท ส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจทั้งหญิงและชาย 150 นาย ไปอบรมที่ศูนย์เสมารักษ์ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับผู้แทนครูฝ่ายปกครอง ผู้ปกครองนักเรียน กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) คาดว่าจะเริ่มอบรมต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อส่งเทศกิจออกปฎิบัติหน้าที่ให้ทันในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2

นาง ทยา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เทศกิจที่ผ่านการฝึกอบรม จะได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการระทรวงศึกษาให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา สามารถใช้อำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ได้ เช่น เข้าไปตรวจสถานประกอบการ ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หอพัก ในกรณีมีเหตุสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น เจ้าของร้านเกมให้นักเรียนเข้าไปใช้บริการร้านเกมก่อนเวลาที่กำหนด ร้านขายเหล้าหรือเบียร์ปั่นมีนักเรียนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าไปใช้บริการ

“หอพักที่ระบุว่าแยกชาย-หญิง แต่ข้อเท็จจริงพบว่ามีการให้อยู่ร่วมกันได้ หากพบเจ้าหน้าที่เทศกิจสามารถที่จะประสานกับตำรวจ เพื่อให้มาดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าของสถานประกอบการได้ ซึ่งนักเรียนที่พบว่า เข้าไปใช้บริการสถานประกอบการดังกล่าวต้องถูกส่งตัวกลับยังโรงเรียนต้น สังกัด และมีการลงโทษตามระเบียบของโรงเรียน” นางทยาแถลง

ด้านนาย จำเริญ ศิริพงศ์ติกานนท์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม.กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงในเด็ก มีปัญหาความไม่ปลอดภัยของเด็กโดยเฉพาะในเขตเมือง ที่มีแหล่งมั่วสุม อาทิ ร้านเหล้าปั่น แหล่งมั่วสุมยาเสพติด ร้านเกมออนไลน์ ศูนย์การค้า ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ต ที่เด็กนักเรียนมักใช้เป็นแหล่งหนีเรียน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงให้มีการริเริ่มโครงการดังกล่าวขึ้น เนื่องจากผู้ปกครองฝากเด็กไว้อยู่ในความดูแลของโรงเรียนสังกัด กทม. หลายแสนราย

“ศูนย์เสมารักษ์จะอบรมเจ้าหน้าที่เทศกิจให้เป็นเวลา 3 วัน ซึ่งโครงการนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 เพื่อให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่เทศกิจ มีอำนาจควบคุมนักเรียนนักศึกษาที่หนีเรียนอยู่ในแหล่งมั่วสุม เช่น เข้าร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตก่อนเวลาที่กำหนด สามารถควบคุมตัวเด็กไปส่งที่โรงเรียน เป็นต้น แต่ไม่มีอำนาจในการจับกุม หรือคุมขังเด็ก ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เทศกิจไม่มีอำนาจในการจับกุมหรือทำการใดๆ นอกจากการลงพื้นที่สำรวจและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น” นายจำเริญกล่าว

ด้านนายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แจ้งไปให้โรงเรียนได้เข้มงวดในการแก้ไขปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทกันแล้ว ซึ่งจะให้โรงเรียนเน้นระบบการช่วยเหลือดูแลนักเรียนให้ดี นอกจากนี้ ควรให้สภานักเรียนเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้ โดยการนำปัญหาดังกล่าวมาพูดคุยกัน รวมทั้งจะได้ช่วยกันสอดส่องดูแลเพื่อนนักเรียน และหากเด็กคนไหนมีปัญหา เช่น ถูกรุ่นพี่ข่มขู่หรือทำร้ายก็ให้ช่วยกันแจ้งให้ครูทราบและเข้ามาช่วย

“เดี๋ยว นี้ปัญหามีความซับซ้อนมากกว่าเดิม เพราะที่ผ่านมาปัญหาการทะเลาะวิวาทมักจะเกิดกับนักเรียนชาย ทำให้ครูอาจไม่ได้เข้มงวดดูแลนักเรียนหญิง แต่เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นว่าปัญหานักเรียนหญิงทะเลาะวิวาทกันมากขึ้น ผมคิดว่านอกจากโรงเรียนจะเข้าไปสอดส่องดูแลเรื่องนี้แล้ว น่าจะต้องเก็บข้อมูลในลักษณะการทำการวิจัยเพื่อจะได้ทราบสาเหตุแท้จริงและนำ มาซึ่งการแก้ปัญหาในระยะยาว” รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว

วัน เดียวกัน นายธวัชชัย ฟักอังกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวกรณีคลิปวิดีโอที่บันทึกภาพการทะเลาะวิวาทของเด็กนักเรียนนักศึกษาใน จังหวัดอุตรดิตถ์ตบตีกันเพื่อแย่งผู้ชายและถูกนำเสนอเป็นข่าวไปว่า ได้ตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในภาพคลิปวิดีโอรวมทั้งจุดเกิดเหตุ ทราบชื่อแล้วว่าเป็นใคร สถานที่เกิดเหตุที่ไหน ซึ่งกลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว และผู้ชายจะเลือกคนที่ชนะเป็นแฟนตัวจริง การที่เด็กมีความประพฤติแบบนี้เป็นสิ่งไม่เหมาะสม ต้องมีหลายหน่วยงานช่วยกันแก้ปัญหา

นายธวัชชัย กล่าวว่า การดูแลเด็กและเยาวชนมี 2 ลักษณะ ถ้าอยู่ในสถาบันหรือในรั้วโรงเรียน จะมีคณะครูอาจารย์สอดส่องดูแลให้ หากอยู่นอกเวลาของสถาบันการศึกษา ก็จะมีสารวัตรนักเรียนเดินตรวจตรายังสถานที่ต่างๆ เป็นจุดล่อแหลมที่คาดว่าเยาวชนเข้าไปมั่วสุมกัน อีกส่วนหนึ่ง สารวัตรนักเรียนตั้งอยู่ที่มั่นเพื่อคอยรับแจ้งเหตุนักเรียนนักศึกษาตีกัน เพื่อให้ชุดที่ตรวจตราไปยังพื้นที่เกิดเหตุ

“อีกลักษณะหนึ่ง หากอยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ก็มอบหมายให้ทางเทศบาลร่วมตรวจสอบ ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ หากเป็นพื้นที่อยู่นอกเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ก็ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่พร้อมแจ้งข่าวสาร และมีสารวัตรนักเรียนเป็นเซ็นเตอร์ใหญ่เข้าไปร่วมสมทบที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ จังหวัดต้องการให้กลุ่มเยาวชนดูแลกันเองภายในกลุ่มเป็นรายการเพื่อนช่วย เพื่อน เพื่อนเตือนเพื่อน แนะนำให้เยาวชนด้วยกันปฏิบัติอยู่ในกรอบให้ถูกต้องของวัฒนธรรมประเพณีอันดี งามของหญิงไทย” ผู้ว่าฯ อุตรดิถต์ระบุ

นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า วันนี้ประชุมในคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจระดับจังหวัด (กต.ตร.จังหวัด) ของอุตรดิตถ์ พร้อมจัดทำเป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัดเรื่องนี้โดยเฉพาะ ให้หน่วยงานของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเจ้าภาพ พร้อมเชิญสภานักเรียน สภาเยาวชน วัฒนธรรมจังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ให้เป็นระบบ

ที่มา : มติฃนออนไลน์

ข่าว : ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ต

One comment for “กทม.เพิ่มอำนาจ"เทศกิจ"เฉียบขาด ควบคุม"เด็กมั่วสุม" ตรวจสถานประกอบการ-ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตได้”

1
!-คุณพ่อน้องวิว-! KIKGAMES 1997

มาอีกแล้วครับท่าน “โยนหินถามทาง ไปทางไหนไม่ถูก ก็ออกมาเรื่อย ๆ” ไม่รู้่ว่าท่านผู้มีอำนาจ หลาย ๆ ท่านคิดยังงัยกับปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ทราบน่ะครับ แต่ที่แน่ ๆ “ตั้งมาเพื่อจับนัีกเรียน?” นักเรียนเมื่อโดนลงโทษแล้วจะทำให้น้กเรียนพวกนี้น ดีขึ้นมาใช่มั๊ย? มันเป็นคำถามที่ผมคิดว่าคุณต้องตอบ พวกคุณ ๆ ทั้งหลาย รู้ดีกว่า “เด็ก” ความรู้สึกเป็นอย่างไร เพราะทุกคนเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว ว่าต้องการอะไร? แล้วอีกอย่าง เด็กในสมัยที่พวกคุณเป็น ต่างกับเด็กสมัยที่เทคโนโลยีสูงขึ้นมากเป็น 100 ๆ เท่า คุณยังจะใช้ วิธีการเดิม ๆ ได้อยู่อีกเหรอ ที่เค้าว่าไว้ “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” เอาเป็นแนวทางได้ครับ แต่ต้องตีความ คำว่า “ให้ตี” ซะใหม่ ว่า ในที่นี้อาจจะเป็นการให้เหตุผล การให้ความอบอุ่น การยอมรับ การให้อภัย ก็ได้ แยกวิธีออกไปตามสมควร พวกที่ติดยา ไม่ยอมมาเรียน ให้ความเข้าใจเค้า ให้ความรู้เค้า ให้กำลังเค้าให้กลับมาสู่สภาพแวดล้อมที่ดี ที่ทำให้เค้าพอจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกว่า ยังมีคนเป็นห่วงอยู่น่ะ! ส่วนพวกติดเกม อันนี้ไม่ยากเลย ไม่มีร้านที่ให้เล่นเด็กจะยังไปเล่นมั๊ยครับ ถ้าร้านทุก ๆ ร้านปฏิบัติตามกฏที่ทางรัฐบาลออกมาคงหมดปัญหาอันนี้เป็นส่วนที่รัฐบาลต้องกำหนดแนวทาง ส่วนไอ้ที่แอบไปเล่นที่บ้านเพื่อน คงต้องให้ผู้ปกครองหาทางป้องกันแทนแล้วละครับ จะล๊อคเครื่องล็อครหัส ก็เรื่องของคุณ ส่วนเรื่องทะเลาะวิวาท เป็นอีก 1 ปัญหาเนื่องจากปัจจุบันความคิดของวัยรุ่นสมัยใหม่เป็นแบบสุดโต่ง คือทำอะไรทำสุด ๆ ไม่ทำคือไม่ทำ ห้ามไม่ฟัง สั่งไม่ทำ แบบว่าเค้าคิดว่าเค้าโตแล้ว มีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว ดังคำที่ว่า “โตแล้วทำเองได้” ผมบอกได้เลยว่า แก้ตอนนี้สายไปแล้ว เพราะผู้ที่จะร่วมแก้ไขปัญหานี้ ไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร (พ่อ แม่ ผู้ปกครอง) มัวหันแต่จะไปทำมาหากิน สร้างเงินทอง สร้างฐานะ อ้างนานา สารพัด ว่าที่ทำไปทุกอย่างนี้ ทำเพื่อลูก และครอบครัว (เอาแบบพอเพียงก็ได้ครับไม่ต้องถึงกับห้องน้ำปูพรมก็ได้555) แต่จริง ๆ แล้วไม่เข้าใจเลยซักนิดว่า ที่ ๆ คุณทำไปทุกอย่างนะเวลานี้ คุณกำลังสอนลูกในทางที่ผิด ผิดมหันต์ คุณรู้มั๊ยครับว่า ลูกไม่ต้องการเงินทอง คุณสังเกตมั๊ยครับว่า เล็ก ๆ เค้าเกิดมา เค้าไม่เคยเลยที่จะบอกว่า เอาเงินมา ขอเงินหน่อย มีแต่ผู้ใหญ่นี่แหละ สอน ให้เงิน จนเสียนิสัย เอาเงินมาเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยน จนในบางครั้ง เด็กยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน โดยมิได้ตั้งใจทำในสิ่งนั้น จริง ๆ ที่ทำเพื่อเพียงให้ได้มาซึ่ง “เงิน” เท่านั้น ให้เวลาเค้าบ้างเถอะครับ เป็นพ่อคนแม่คนหรือผู้ปกครองคงไม่ต้องการให้บุตรหลานของท่านต้องตกไปอยู่ในสภาพแวดล้อม ติดยา ติดเกม ทะเลาวิวาท มั่วสุมทำแต่เรื่องไม่ดี เพลา ๆ ลงบ้าง ไอ้เรื่องบ้างาน บ้างเงิน บ้าสังสรรค์ บ้าเที่ยว บ้าสัมนา บ้าเพื่อน … หันไปเทียวกับลูก บ้างคงจะดี อย่าให้หน้าีที่รับผิดชอบลูกคุณ ตกเป็นของรัฐบาล หรือหน่วยงานที่สร้างขึ้นมา มากมายในแต่ละวัน สร้างกฎเกณฑ์มาให้วุ่นวาย ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว พ่อ แม่ ผู้ปกครอง นั่นแหละเป็นคนกำหนดว่าจะให้บุตรหลานของท่าน ติดยา ติดเกม เป็นนักเลงหัวไม้ หรือประพฤติผิดเรื่องชู้สาว แบ่ง ๆ ความรับผิดชอบ ซึ่งมันเป็นหน้าที่อย่างนึงของคุณ อย่าให้คนที่ลูกคุณไม่เคยเรียกว่า “พ่อ” หรือ “แม่” หรือ “ผู้ปกครอง” มาบงการชีวิตบุตรหลานของคุณ คุณนั่นแหละที่จะพาเค้ากลับมาจากนรกอเวจี ที่มันได้ย้ายขึ้นมาบนโลกมนุษย์เรียบร้อยไปแล้ว

ตุลาคม 28th, 2009 at 6:44 pm

Laeave a Reply